ประโยชน์ของการกินลำไย 

ผลไม้ที่เรานั้นรู้จักอยู่แล้วลำไยลูกกลมๆสีน้ำตาลอ่อนๆเนื้อภายในนั้นหวานมากมีเมล็ดเล็กสีดำอยู่ภายในเวลาที่เรานั้นกินนั้นเราต้องคลายเมล็ดออกเรานั้นเชื่อว่าไม่มีใครนั้นรู้ว่าการที่เรากินลำไยนั้นมีทั้งสุขภาพที่ดีดังนั้นเรานั้นจะมาบอกทั้งประโยชน์และข้อควรที่ระวังในการกินลำไยมีอะไรบ้างนั้นไปอ่านกัน 

ประโยชน์ของการกินลำไย

  • บำรุงสมองและระบบประสาท หลายคนอาจไม่ทราบมาก่อนว่า ลำไยสามารถช่วยบำรุงระบบการทำงานของสมองได้ เช่น ทำให้ความจำดี เสริมสร้างสติปัญญาซึ่งจะกระตุ้นการไหลเวียนของออกซิเจนไปสู่สมอง และทำให้สมองไหลลื่นใช้ความคิด เนื่องจากเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยโพแทสเซี่ยม ทำให้การทำงานของเส้นประสาทและกล้ามเนื้อให้เป็นปกติ
  • ผิวพรรณดีขึ้น ลำไยมีสรรพคุณในการดูแลผิวพรรณให้มีสุขภาพที่ดีขึ้นเพราะประกอบไปด้วยวิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระซึ่งที่จะช่วยในการชะลอความเสื่อมสภาพของเซลล์ แน่นอนจะช่วยให้ผิวพรรณจากภายในให้เปล่งปลั่งสดใส ผิวหนังนั้นมีความเต่งตึง แลดูกระชับ สุขภาพดีและห่างไกลจากริ้วรอยความแก่ได้
  • ปลุกคืนความสดชื่น  ลำไยมีธาตุเหล็กและธาตุทองแดงที่ช่วยป้องกันร่างกายไม่ให้อ่อนเพลียช่วยในการดูดซึมธาตุเหล็กได้ดีขึ้น และก็เป็นผลไม้ที่ให้พลังงานสูง จึงช่วยทำให้รู้สึกสดชื่นและกระปรี้กระเปร่ายิ่งขึ้น แต่สำหรับคนที่อ่อนเพลียนั้นจะเหมาะมากเพราะว่าจะได้สดชื่น
  • บรรเทาอาการปวดต่างๆตามร่างกาย ลำไยนั้นอุดมไปด้วยฟอสฟอรัส ที่มีส่วนช่วยบรรเทาอาการปวด ไม่ว่าจะเป็นบริเวณข้อกระดูก หรือกล้ามเนื้อ และยังช่วยลดอาการข้ออักเสบได้ นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยพบว่า ในเมล็ดลำไยมีสารกลุ่มช่วยลดกรดยูริกที่เป็นสาเหตุของโรคเก๊าต์ได้
  • ช่วยแก้อาการเบื่ออาหาร  ใครที่มีอาการเบื่ออาหารนั้นให้ลองหันมากินเพราะลำไยนั้นมีวิตามินบีหลายชนิดมีส่วนช่วยให้เจริญอาหารและก็จะกินอาหารได้มากขึ้น 
  • ป้อนกันมะเร็ง การกินลำไยจะช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งร้ายได้เหมือนกัน เพราะมีสารที่ต้านสารก่อมะเร็งได้ พร้อมกับการยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง 
  •  ลดความเครียด ผู้ที่มีความเครียดนั้นเมื่อกินลำไยนั้นจะช่วยลดอาการเครียดนั้นได้ไม่ว่าจะเป็นการเครียดแบบการทำงานหรือว่าเครียดบ่อยๆหรือว่าเครียดเรื่องส่วนตัว เพราะว่าวิตามินบี12 ที่จะช่วยในการกระตุ้นให้สมองหล่งฮอร์โมนที่จะช่วยลดความเครียดออกมามากขึ้นจึงทำให้รู้สึกผ่อนคลาย พร้อมกับการลดอาการเหนื่อยล้า และอ่อนเพลียไดนั่นเอง 
  • ป้องกันโรคอัลไซเมอร์ ลำไยนั้นสามารถลดอาการอัลไซเมอร์นั้นได้เพราะว่าผู้ที่สุงอายุนั้นจะเป็นโรคนี้กันอย่างมาก ทำงานของสมอง ทำให้ความจำดี ตามตำราจีนระบุว่าให้นำลำไยมาต้มกับโสมแล้วเอาแต่น้ำมาดื่มเป็นประจำจะช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์ได้

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ตรวจเอดส์ ราคา

โรคออทิสติกเทียมในเด็ก

โรคออทิสติกเทียมในเด็กคือ เด็กไม่ยอมพูดเมื่อถึงวัยที่ควรจะพูดเด็กไม่สามารถสื่อสารกับคุณพ่อคุณแม่ได้ และไม่สามารถทำตามคำสั่งของคุณพ่อคุณแม่ได้อย่างที่ควรเป็น โรคนี้เป็นโรคทางการแพทย์อย่างหนึ่งเลยก็ว่าได้ เพราสาเหตุที่ทำไห้เด็กเป็นออทิสเทียมได้นั้นสาเหตุหลักเลยก็คือคุณพ่อคุณแม่ไม่มีเวลาสอนหรือพูดคุยกับลูกหรือไม่มีเวลาไห้ลูก ไห้ลูกดูแต่โทรศัพท์มือถือพอลูกดูลูกก็จะไม่สนใจอะไร เพราะเขาจดจ้องอยู่กับโทรศัพท์ ศซึ่งสาเหตุอย่างที่2เลยคือไห้ลูกน้อยดูโทรศัพท์เมื่อไม่ถึงวัย ซึ่งข้อนี้สำคัญที่สุดเลยเพราะไห้ดูได้ตั้งแต่2ขวบ แต่ใน2ขวบนี้ไห้ดูแค่60นาทีหรือ1ชั่วโมงเท่านั้น

ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นนั้นไห้ลูกดูตั้งแต่1ขวบซึ่งมันไม่จำเป็นเลยที่จะไห้ลูกดูโทรศัพท์ในวัยนี้ ทำไห้เด็กมีพัฒนาการช้า ไม่ยอมพูด เลียนแบบแต่เสียงการ์ตูน และมีอารมณ์ที่รุนแรงและก้าวร้าวนั่นเอง ซึ่งใน1ขวบนี้ควรจะไห้ลูกนั้นเล่นของเล่นเสริมพัฒนาการมากกว่าเพื่อกระตุ้นสมองและพัฒนาการของลูกน้อยไห้เป็นไปตามวัยที่สมควรจะเป็น

ซึ่งถ้าใครกำลังทำแบบนี้กับลูกอยู่เลิกทำไห้เด็ดขาดเลยค่ะเพราะจะเป็นคุณพ่อคุณแม่นั้นที่เสียใจเอง เลี้ยงเขาไห้ดีเพราะเมื่อเขาโตขึ้นเราก็จะไม้ได้กอดได้หอมอีกต่อไปแล้วขอไห้คุณพ่อคุณแม่มือใหม่และมือใหม่ตระหนักถึงเรื่องนี้ไว้นะคะ อะไรมันก็เกิดขึ้นได้เพราะมีหลายๆเคสเกิดขึ้นมาแล้วที่เด็กเป็นออทิสติกเทียม ต้องไปรักษากับหมอจิตแพทย์หลายๆเดือนด้วยกัน เพราะลูกไม่ยอมพูด ทำเสียงเลียนแบบการ์ตูนที่ตัวเองชอบ ไม่ยอมสื่อสารเป็นคำพูดกับพ่อแม่จนพ่อแม่เด็กนั้นต้องพาไปรักษาเลยทีเดียวซึ่งกว่าจะหายนั้นต้องใช้ความอดทนเป็นอย่างมาก

และเป็นเดือนถึงลูกน้อยจะหายดี ซึ่งถ้าคุณพ่อคุณแม่บ้านไหนไม่อยากไห้เกิดกับลูกหลานของตัวเองห้ามไห้เล่นโทรศัพท์เด็ดขาด ไห้พูดกับลูกเล่นกับลูกเยอะๆ ซึ่งการพูดกับลูกนั้นเป็นการช่วยกระตุ้นพัฒนาการด้านการพูดของลูกอย่างหนึ่งไห้ลูกพูดได้เร็วและเรียนรู้ได้เร็วมากจากพ่อแม่สู่ลูก ขอไห้คุณพ่อคุณแม่ทุกท่านตระหนักและคิดถึงลูกมาก ๆนะคะ

เพราะโรคออทิสติกเทียมนั้นจะหายยากแล้วยังต้องรักษากันไปอีกหลายเดือนแล้วนั้นทำไห้คุณพ่อคุณแม่นั้นเสียใจและรู้สึกผิดอีกนะคะ ควรเลี้ยงลูกตามพัฒนาของลูกไม่ควรแนะนำสิ่งที่ไม่ดีหรือยังไม่ตามวัยไห้กับลูกเพราะคนที่จะมาเสียใจมากที่สุดนั่นก็คือคุณพ่อคุณแม่เอง

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ซื้อหวยออนไลน์ เว็บไหนดี

พฤติกรรมที่ไม่ควรทำว่าจะเป็นการลดภูมิคุ้มกันในร่างกายโดยที่เราไม่รู้ตัว 

          ในช่วงที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19 ยังคงมีอยู่และยังมีแนวโน้มว่าจะสูงขึ้นไปเรื่อยๆนั้นการดูแลตัวของเราเองให้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงจึงเป็นสิ่งสำคัญเป็นอย่างมากเพราะหากเรามีภูมิคุ้มกันที่ดีการติดเชื้อก็จะเป็นได้ยากขึ้นไปอีกหรือถ้าหากไม้เราติดเชื้อไวรัสโควิด-19เชื้อก็จะไม่สามารถทำอันตรายเราได้มากการรักษาให้หายจึงมีเปอร์เซ็นต์มากกว่าผู้ที่มีร่างกายอ่อนแอ

หรือมีโรคประจำตัวซึ่งเราจะสังเกตเห็นได้ว่าจากสถานการณ์ที่มีอยู่ตอนนี้ที่ทางคณะแพทย์ตามโรงพยาบาลต่างๆได้ออกมาอัพเดทจำนวนผู้เสียชีวิตนั้นส่วนใหญ่แล้วผู้เสียชีวิตมักจะมีโรคประจำตัวและเป็นบุคคลที่ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงนั่นก็คือเป็นผู้สูงอายุส่วนใหญ่สิ่งที่เราต้องทำในช่วงนี้ที่ยังมีปัญหาเรื่องของเชื้อไวรัสโควิด-19ระบาดนั่นก็คือเราควรมีการดูแลร่างกายของตัวเองให้มีสุขภาพแข็งแรงให้ภูมิคุ้มกันในร่างกายของเราทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อที่เราจะได้ไม่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19ได้ง่าย

        สาเหตุที่ร่างกายของเราไม่แข็งแรงและภูมิคุ้มกันของร่างกายจะทำงานไม่เต็มที่มันก็มีสาเหตุมาหลายปัจจัยด้วยกันวันนี้เราจะมาแนะนำว่ามีปัจจัยอะไรบ้างที่จะทำให้ร่างกายของเรามีภูมิคุ้มกันที่ไม่แข็งแรงหรือเรียกว่าภูมิคุ้มกันบกพร่อง

  •  อันดับแรกเลยคือความเครียดอันที่จริงความเครียดนั้นเราไม่สามารถห้ามได้ว่าเราจะเครียดหรือไม่เครียดเพราะในตอนนี้จากสถานการณ์ที่เป็นอยู่นี้ไม่ว่าจะเรื่องของตัวไวรัสที่กำลังระบาดลุกลามไปทั่วโลก  ไม่ว่าจะเป็นสถานะเศรษฐกิจที่กำลังดิ่งลงเหวทำให้เราประสบกับปัญหากิจการที่ทำอยู่ได้รับความเดือดร้อนต้องปิดตัวลง  หรือถ้าหากเราเป็นประชาชนทั่วไปก็คือบริษัทจ้างงานสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ทำให้เราเครียดและไม่สามารถที่จะบอกได้ว่าเราจะไม่เครียดเรื่องนี้เพราะมันเป็นไปได้ยากมากแต่คนทุกคนคงจะเป็นในการจัดการกับความเครียดให้ได้เร็วที่สุดอาจจะใช้ธรรมะเขาช่วยในเรื่องของการทำให้เราสงบจิตสงบใจมากยิ่งขึ้นเพื่อให้ความเครียดลดน้อยลงให้มากที่สุดเพราะความเครียดมีผลต่อสภาพร่างกายหากเราเครียดมากร่างกายเราก็จะแข็งแรงน้อยลงดังนั้นถ้าอยากมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงทำงานได้มีประสิทธิภาพสามารถต่อต้านเชื้อไวรัสได้เราจึงควรพยายามทำให้ตัวเองเครียดให้น้อยลงให้ได้มากที่สุด
  • การพักผ่อนที่เพียงพอก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้ร่างกายของเราแข็งแรงเพราะหากเรานอนน้อยร่างกายของเราอ่อนแอลงก็จะมาทำอันตรายเราได้ง่ายขึ้น
  • งดเครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล์ก็อย่างที่เราทราบกันดีอยู่ว่าแอลกอฮอล์เข้าไปทำลายตับและปอดของเราทำให้เราป่วยได้ง่ายดังนั้นยิ่งใครมีอวัยวะภายในที่ไม่ค่อยแข็งแรงเชื้อโรคก็จะเข้าไปทำลายเราได้เร็วและง่ายเช่นเดียวกัน 

 

 

สนับสนุนโดย  แทงหวยลาว

การที่เราไม่มีเชื้อนั้นเท่ากับเราไม่แพร่เชื้อเอสไอวี

ได้มีการสำรวจในทั่วโลกแล้วว่าการที่เราเป็นโรคเอดส์นั้นแต่ถ้าเรานั้นกินยามานานมากพอและการที่เราตรวจเลือดนั้นแล้วพบว่าการที่เราตรวจเลือดนั้นไม่พบเชื้อนั่นยหมายความว่าเรานั้นไม่มีเชื้อที่เราจะไปแพร่เชื้อที่เราเป็นให้กับคนที่ไม่ได้  เพราะว่าเขานั้นได้ทำการทดลองและตรวจดูว่าคนที่เคยเป็นโรคแล้วไปมีเพศสัมพันธ์กับคนที่ไม่เป็นและชายกับชายนั้นจะสามารภที่จะกลับมาเป็นโรคหรือว่าติดเชื้อจากแฟนนั้นได้หรือเปล่า 

ซึ่งผลวิจัยนั้นได้ได้แล้วว่าการที่เราเป็นโรคแล้วเราตรวจค่าของเลือดนั้นแล้วว่าไม่มีเชื้อเราสามารถที่จะมีเพศสัมพันธ์กับคนที่ปกตินั้นได้เพราะว่าเขาได้ทำการตรวจแล้วว่าเราไม่สามารถที่จะแพร่เชื้อนั้นได้  ทั้งเป็นทางการที่เราใส่ถุงยางและการที่เราไม่ใส่ถุงยางเพื่อที่จะตรวจดูว่าเรานั้นไม่ติดเชื้อและได้ทำการตรวจเลือดมาโดยตลอดแล้วพบว่าไม่ติดเชื้อ  

 ในเรื่องของทางสาธารณสุข  ทางแพทย์นั้นได้มีการเจาะประเด็นแล้วและได้ทำความเข้าใจให้กับคนที่ป่วยนั้นได้เข้าใจว่าการที่เรากินยาต้านไวรัสนั้นเป็นเรื่องที่ดีเราควรที่จะกินต่อเนื่องและการกินยานั้นก็ควรที่จะกินตรงต่อเวลาที่ทางพยาบาลนั้นกำหนด  และการที่เรากินยาอย่างต่อเนื่องนั้นจะทำให้ผู้ที่ป่วยนั้นรู้สึกได้ว่าการที่เรากินยาเราสามารถที่จะหายและทำให้ผู้ที่ป่วยนั้นหันมาสนใจในการกินยาเพื่อที่จะหายจากโรคโดยที่เราสามารถที่จะอยู่ร่วมกับคนอื่นั้นได้และการที่เราจะมีคู่ครองได้โดยที่เราไม่ติดเชื้อและก็ไม่แพร่เชื้อให้กับคู่ของเรานั่นเอง

ส่วนเรื่องของผู้ป่วย  ผู้ที่ติดเชื้อนั้นต้องรู้ตัวเองก่อนว่าเรานั้นเป็นผู้ป่วยที่เราตรวจเลือดแล้วเราไม่เจอเชื้อนั่นเอง และเรานั้นสามารถที่จะมีคู่นอนโดยการที่เราสวมถุงยางหรือว่าไม่สวมนั้นก็ได้ แต่ว่าเราต้องมั่นใจก่อนก่อนว่าเลือดของเรานั้นเราไม่มีเชื้ออย่างแน่นอน  และเรานั้นก็ไม่ควรที่จะหยุดในการกินยานั้นด้วย และเราต้องทำตามขั้นตอนที่คุณหมอนนั้นได้บอกเอาไว้ด้วยถ้าเรานั้นเกิดการตรวจเลือดแล้วเรายังพบค่าเลือดที่ยังไม่หายดีนั้นเราก็ควรที่จะกินยาต่อและเราก็ควรที่จะสวมถุงยางด้วยทุกครั้งเพื่อที่จะได้ปลอดภัยต่อคู่นอนที่เราต้องการที่จะนอนด้วยนั่นเอง  

ประโยชน์ของผู้ที่ติดเชื้อ  ทำให้ผู้ที่ติดเชื้อนั้นกล้าที่จะโชว์ว่าตัวเองนั้นไม่มีการแพร่เชื้อนั้นได้  หรือว่าการที่ผู้ที่ป่วยนั้นกล้าที่จะพาแฟนของตัวเองนั้นไปตรวจเลือด  และทำให้ผู้ที่ป่วยนั้นกล้สที่จะชีวิตประจำวันนั้นมากขึ้นอีกด้วย

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ชุดตรวจ hiv

อ้วนแล้วทำอย่างไรดี

ในช่วงที่เรานั้นไม่ได้มีการควบคุมอาหารการกินหรือการออกกำลังกายนั้นจากคนที่เคยผอมหุ่นดีก็เข้าสู่วงการคนอ้วนในที่สุดนั่นเอง บางคนนั้นเมื่อรู้ตัวเร็วก็รีบจัดการตัวเองได้เร็วและบางคนที่รู้ตัวช้าก็อาจจะจัดการตัวเองได้ช้าแต่บางคนก็อาจจะรู้ตัวว่าตัวเองนั้นเริ่มอ้วนกว่าปกติแล้วแต่ก็ยังไม่มีการจัดการกับตัวเองซึ่งลักษณะแบบนี้จึงนำมาซึ่งความอ้วนอย่างถาวรนั่นเอง แต่บางคนอาจจะรู้ตัวแล้วแต่ไม่รู้วิธีที่ถูกต้องว่าจริงๆแล้วนั้นเมื่อรู้ตัวว่าอ้วนจะทำอย่างไรนั่นเอง

ในช่วงแรกที่เริ่มรู้สึกตัวว่าตัวเองนั้นเริ่มอ้วนแล้วนั้นสิ่งแรกที่ควรจะทำคือการทำสิ่งที่ไม่เคยทำก็คือการออกกำลังกายนั่นเอง เพราะการออกกกำลังกายนั้นจะสามารถไปช่วยในเรื่องการเผาผลาญและการสร้างกล้ามเนื้อได้เป็นอย่างดี  เมื่อเรามีกล้ามเนื้อแล้วนั้นการลดความอ้วนจะเป็นเรื่องที่สามารถทำได้ง่ายขึ้นนั่นเอง การออกกำลังกายควรจะออกอย่างน้อยวันละ30-45นาทีเป็นอย่างต่ำ เพราะช่วงเวลานี้นั้นเป็นช่วงที่ร่างกายได้มีการดึงสารอาหารพลังงานจากไขมันต่างๆในร่างกายออกมาใช้นั่นเอง และการออกกำลังกายในช่วงแรกนั้นอาจจะเน้นเป็นการเวทและคาร์ดิโอควบคู่กันไปก่อนนั่นเอง เพื่อที่จะทำให้เกิดการเผาผลาญและเกิดการสร้างกล้ามเนื้อใหม่ด้วย

สิ่งต่อมาเมื่อรู้ว่าตัวเองเริ่มอ้วนแล้วก็คือการงด งดคือการงดอาหารที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายและอาหารที่ก่อเกิดเป็นความอ้วนได้และทำรายสุขภาพในระยะยาวด้วย อาหารในที่นี้นั้นอาจจะไม่ได้ต้องอดสะทีเดียวแต่เป็นการงด เพื่อให้ร่างกายได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการรับประทานอาหารนั่นเอง เช่น อาหารประเภทแป้ง ถือว่าเป็นอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย แต่ก็ต้องรับประทานให้ถูกเวลาและรับประทานให้เหมาะสมกับที่ร่างกายต้องการนั่นเอง โดยการงดนั้นอาจจะงดช่วงเย็นเป็นหลักเพราะในช่วงเย็นนั้นเป็นช่วงที่ร่างกายเผาผลาญน้อยที่สุดเพราะเป็นช่วงเวลาที่เราไม่ได้ทำงาน มีการเคลื่อนไหวได้มากแล้ว และยังเป็นช่วงที่ใกล้จะนอนพักผ่อนแล้วนั่นเองการรับประทานแป้งอาจจะเป็นอาหารที่ทำให้ย่อยยากและอาจจะส่งผลการเกิดกรดไหลย้อนตามาด้วย และที่สำคัญควรดื่มน้ำเปล่าให้มากๆ เพราะน้ำนั้นสามารถช่วยในการลดน้ำหนักนั่นเอง

การลดความเครียด มีคนจำนวนไม่น้อยที่เมื่อรู้ตัวว่าตัวเองนั้นอ้วนขึ้นแล้วนั้นจะเกิดความเครียด เพราะบางครั้งก็อาจจะถูกทักจากคนรอบข้างทำให้รู้สึกกดดันว่าอ้วนแล้วทำอย่างไรดี แต่อาจจะพยายามที่จะลดความอ้วนอยู่แต่ยังลดไม่ได้สักทีและเกิดเป็นความเครียดสะสมได้ เพราะอาจจะโฟกัสกับผลลัพธ์ในการลดความอ้นที่มากเกินไป ดังนั้นแล้วในช่วงที่กำลังลดความอ้วนนั้นควรจะทำจิตใจและสมองให้สบายเพื่อไม่ให้เกิดความเครียดและจะสามารถลดความอ้วนได้อย่างดีและมีประสิทธิภาพนั่นเอง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  รวมเว็บหวยออนไลน์

รู้จักประโยชน์ดีๆของชาหมักกันเถอะ

      สำหรับคนที่ชอบดื่มชานั้นมักจะรู้จักกันเป็นอย่างดีว่า ชาหมักนี้เป็นชาเก่าแก่ที่มีอายุมานานหลายร้อยปีเลยทีเดียวซึ่งสำหรับคนที่ชอบดื่่มชาแล้วจะเข้าใจว่าการที่เราดื่มชาแบบนี้นั้นจะส่งผลดีต่อสุขภาพของผู้ที่ดื่มชาอย่างมากมายมหาศาล นอกจากว่าชาหมักจะมีคุณสมบัติเดี่ยวเช่นเดียวกับชาปกติแล้วยังมีคุณสมบัติที่นอกเหนือ

และมากกว่าปกติทั่วไปเนื่องจากว่าชาหมักนี้จะมีใพรไบโอติก ซึ่งเรารู้กันดีอยู่แล้วว่าสารประกอบชนิดนี้จะมีขึ้นในอาหารที่เป็นอาหารประเภทหมักเท่านั้นนั่นก็คือมันจะมีตัวจุลินทรีย์และยีสต์ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายของเรามากรวมอยู่ในนั้นด้วยดังนั้นการที่เรากินชาหมักเข้าไปจะทำให้เราลดความเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายจากโรคต่างๆได้หลายโรคเลยทีเดียวโดยเฉพาะโรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียเนื่องจากว่าภายในชาหมักนี้จะมีสารต้านอนุมูลอิสระที่จะทำลายเชื้อโรคต่างๆเหล่านี้ได้  สำหรับในชาหมักนั้นนอกจากที่เราจะรู้ว่าจะมีไผ่ไบโอติกเพื่อทำลายจุลินทรีย์ที่ไม่ดีอีกแล้ว

ยังมีในเรื่องของสารต้านอนุมูลอิสระที่มากเพื่อที่จะช่วยปกป้องเซลล์ผิวต่างๆของเราให้ดีขึ้นรวมถึงในชามนั้นดังออกฤทธิ์ที่จะสามารถกำจัดเกี่ยวกับเชื้อแบคทีเรียที่เป็นเชื้อที่ไม่ดีได้รวมถึงคนที่มีภาวะความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหัวใจหลอดเลือดการกินชาหมักเข้าไปมีผลวิจัยออกมาแล้วว่าจะช่วยให้ระบบการทำงานภายในนั้นดีขึ้นสามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดได้รวมถึงลดความเสี่ยงที่จะเป็นโรคมะเร็งได้อีกด้วยดังนั้นประโยชน์ดีๆของชาหมักจึงมีมากมายที่เราไม่ควรมองข้ามแต่อย่างไรก็ตามของดีก็มักจะต้องมีสิ่งที่ไม่ดีปะปนมาเสมอหากมีการกินมากจนเกินไปซึ่งการหมักหากมีการหมักไม่สะอาดก็อาจจะทำให้มีสารปนเปื้อนอยู่ในน้ำหนักมันได้

ทำให้อาจจะมีเชื้อโรคที่สามารถปนเข้ามาในน้ำชาหมักของเราได้ดังนั้นก่อนที่จะมีการทำชาหมักนั้นควรจะมีการตรวจสอบภาชนะที่จะมีการนำมาผลิตทำให้มีความสะอาดและเหมาะสมต่อกระบวนการการผลิตเพื่อที่เราจะได้ได้รับคุณประโยชน์จากน้ำหนักอย่างครบถ้วนและไม่ทำให้เกิดอันตรายต่อตัวเอง

ซึ่งถ้าหากว่าชาหมักที่เราทำนั้นไม่สะอาดจะมีสารปนเปื้อนทำให้เราเป็นโรคท้องเสียหรือถ้าขั้นร้ายแรงก็อาจจะมีการติดเชื้อในทางเดินอาหารกลายเป็นติดเชื้อในกระแสเลือดหายใจลำบากอาเจียนและถึงขั้นอาจจะมีอันตรายถึงแก่ชีวิตได้โดยบางคนอาจจะมีการแพ้ชาหมักดังนั้นหากกินแล้วรู้สึกถึงความผิดปกติในร่างกายเช่นเวียนหัวปวดท้องควรจะรีบไปปรึกษาแพทย์ที่โรงพยาบาล

เพื่อให้ทำการตรวจสอบว่าอาการเหล่านี้เกิดจากอาการแพ้ที่เป็นเพราะการกินชาหมักหรือไม่เพื่อนในครั้งต่อไปเราจะได้หลีกเลี่ยงในการกินตามหลักเพราะถึงแม้ว่าจะมีประโยชน์มากแต่ถ้าหากว่าเราแพ้สมัครก็ไม่สมควรที่จะกินเช่นเดียวกันเพราะไม่เช่นนั้นอาจจะมีอันตรายถึงชีวิตได้

 

สนับสนุนโดย  ชุดตรวจ hiv

โรคหัวใจกับปัจจัยเสี่ยง

โรคหัวใจกับปัจจัยเสี่ยง
อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า โรคเส้นโลหิตหัวใจ คือโรคหนึ่งที่สำคัญของเมืองไทย โดยเหตุนั้นเพื่อความไม่ประมาทประชากรควรจะตระหนักถึงสิ่งที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเส้นเลือดหัวใจ อาทิเช่น เบาหวาน ความดันเลือดสูง สภาวะไขมันในเลือดแตกต่างจากปกติ ดูดบุหรี่ ความตึงเครียด โรคอ้วน แล้วก็พันธุกรรม ซึ่งเป็นต้นเหตุนำไปสู่โรคเส้นเลือดหัวใจตีบหรือตันได้ โรคเส้นเลือดหัวใจตีบ แบ่งได้ตามลักษณะของการเกิดการแสดงอาการมี 2 แบบ คือ
1. แบบเรื้อรังมีสาเหตุจากการการตีบของเส้นเลือดแดงที่ไปเลี้ยงหัวใจ มีไขมันไปเกาะฝาผนังของเส้นเลือด ทำให้เส้นโลหิตแดงตีบแคบเล็กลงหรือลีบ นำมาซึ่งการทำให้กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ซึ่งคนเจ็บจะมีลักษณะอาการซึ่งรู้สึกเจ็บอกในตอนที่ออกแรง เมื่อนั่งพักแล้วจึงรู้สึกดีขึ้น
2. แบบรุนแรงซึ่งมีเหตุมาจากการปริแตกข้างในของฝาผนังเส้นเลือด ทำให้มีลิ่มเลือดมาเกาะแล้วก็มีการอุดตันที่เส้นเลือดที่ไปเลี้ยง จนถึงเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดหรือกล้ามเนื้อหัวใจตาย อาจทำให้บางรายเสียชีวิตแบบทันควันได้

ผู้อำนวยการสถาบันโรคทรวงอก กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มว่า อาการโรคเส้นโลหิตหัวใจแบ่งเป็น 2 แบบตามลักษณะของการเกิดอาการ
1.แบบเรื้อรัง อาการลักษณะอย่างนี้จะไม่เกิดขึ้นแบบกระทันหัน แม้กระนั้นจะเกิดจากการสั่งสมของคอเลสเตอรอลที่ฝาผนังเส้นเลือดทำให้มีการตีบแคบของเส้นโลหิตที่ไปเลี้ยงหัวใจ มักกำเนิดในบุคคลที่มีการเสี่ยงได้เบาหวาน โรคความดันเลือดสูง และก็คนที่มีไขมันในเลือดสูงและคนที่ดูดบุหรี่ โดยมีลักษณะอาการ คือ แน่นหน้าอกเหมือนมีบางสิ่งบางอย่างมากมายกดทับรู้สึกร้าวไปถึงฟันกรามรวมทั้งแขนซ้าย ส่วนใหญ่สัมพันธ์กับการออกแรงและอาการดีขึ้นเมื่อหยุดพักหรืออมยาใต้ลิ้น นอกจากนี้ยังรู้สึกเหนื่อยง่ายกว่าปกติ
2. ออกอาการเกิดขึ้นแบบทันควัน อาทิเช่น อาการกำเนิดได้โดยไม่เลือกเวลา อาจมีอาการได้ในขณะดำเนินงาน เล่นกีฬาหรือพัก

คนไข้โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดกระทันหัน ส่วนมากจะมาเจอหมอด้วยอาการแน่นหน้าอกที่ร้ายแรง มีเหงื่อแตก ใจสั่น และก็เจ็บปวดรวดร้าวไปถึงฟันกรามสะบักข้างหลัง แขนซ้าย จุกคอหอย บางรายมาด้วยจุกลิ้นปี่เหมือนโรคกระเพาะหรือกรดไหลย้อน ซึ่งมีสาเหตุจากการปริแตกภายในของฝาผนังเส้นโลหิต รวมทั้งมีลิ่มเลือดมาจับกุมตัวรอบๆนั้นเมื่อลิ่มเลือดมีจำนวนมากขึ้นเรื่อยกระตุ้นให้เกิดการอุดตันของเส้นโลหิตแดงคราวไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจทำให้กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ซึ่งอาจส่งผลให้กำเนิดหัวใจล้มเหลว หัวใจวาย และบางทีอาจเสียชีวิตรุนแรงในทันทีจากภาวการณ์หัวใจห้องด้านล่างซ้ายเต้นผิดจังหวะแบบรุนแรง

โดยเหตุนั้น ถ้าหากพบว่ามีลักษณะของโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดกะทันหันควรจะรีบไป เจอหมอในทันทีเพื่อนำไปสู่กระบวนการรักษาที่ถูกแนวทางและก็รักษาชีวิตได้โดยสวัสดิภาพ หากพบเจอคนป่วยสลบจากหัวใจวายการกู้ชีพพื้นฐานโดยคนที่ได้รับการฝึกอบรมและนำส่งโรงพยาบาลในทันที ซึ่งบางครั้งอาจจะช่วยคนไข้ได้ สำหรับเพื่อการรักษาโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดในตอนนี้มี 3 แนวทาง คือ การดูแลรักษาด้วยยา การขยายเส้นโลหิตแดงด้วยบอลลูนแล้วก็ใส่ขดลวดค้ำไว้ รวมทั้งการดูแลและรักษาด้วยการผ่าตัดเบี่ยงเบนเส้นเลือดหัวใจหรือกระบวนการทำบายพาส

การลดน้ำหนักโดยการกินให้น้อยลงหรืออดอาหาร ทำให้ไขมันลดลงได้เร็ว จริงหรือ?

การลดน้ำหนักโดยการกินให้น้อยลงหรืออดอาหาร ทำให้ไขมันลดลงได้เร็ว จริงหรือ?
ขณะที่เราออกกำลังกาย เพื่อเผาผลาญแคลอรี่ ร่างกายจะเลือกใช้พลังงานพร้อมใช้ หรือเรียกว่า Dietary Fuel ซึ่งพลังงานตัวนี้มาจากการที่เรารับประทานอาหารเข้าไปก่อนหน้านี้ เมื่อเผาลาญหมดลงจึงจะปรับมาใช้พลังงานที่สะสมไว้ (Body Fuel) ได้แก่ โปรตีนในกล้ามเนื้อ และไขมันสะสมเป็นลำดับถัดไป

การอดอาหารหรือ ลดอาหารอย่างไม่ถูกวิธี แล้วไปออกกำลังกายอย่างหนัก ในช่วงแรกไขมันจะลดลง แต่ร่างกายที่ไม่มีสารอาหารเพียงพอที่จะไปซ่อมแซมกล้ามเนื้อที่สลายออกไป ทำให้กล้ามเนื้อบางส่วนหายไปด้วย

วิธีที่จะช่วยให้เกิดการการเผาผลาญไขมันมากที่สุด และช่วยลดการสูญเสียกล้ามเนื้อน้อยที่สุด คือ
1. ควรมีการออกกำลังกายที่เพิ่มแรงต้านให้กล้ามเนื้อแบบ weight training (การออกกำลังกายโดยใช้แรงของกล้ามเนื้อในการยกอุปกรณ์ หรือออกแรงต้านน้ำหนักตัวเองโดยไม่มีอุปกรณ์ )

2. ออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ เช่น วิ่ง ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน เพื่อช่วยสลายไขมันส่วนเกิน ทั้งนี้ให้ทำควบคู่ไปกับการออกแบบ weight training

3. ควบคุมปริมาณอาหารให้เหมาะสม ไม่ควรงดไปบางมื้อโดยเฉพาะมื้อเช้า โดยหลักการง่ายๆ ของการคุมอาหาร

อาหารที่ควรทานหรือควบคุม

• งดน้ำตาล เครื่องดื่มที่มีน้ำตาล และของหวาน

• ลดการทานแป้งขัดขาว

• ทานผักใบ 40-50% ของมื้ออาหาร

คุมปริมาณไขมันที่ทานในแต่ละวัน เน้นทานไขมันดี

• ทานโปรตีนที่ดี เช่น อกไก่ ปลา เนื้อสัตว์ไม่ติดมันอื่นๆ และลดโปรตีนแปรรูป เช่น แหนม กุนเชียง ไส้กรอก แฮม

นิ่วในไต กับอาหารเครื่องดื่มที่ควรงด

โรคนิ่วในไต หลายๆ คน คงเคยได้ยินและคุ้นชื่อโรคนี้มาพอสมควรแล้วจะมีสักกี่คนที่สนใจแล้วทำความรู้จักกับโรคนี้จริงๆ วันนี้เราจึงเอาข้อมูลที่น่าจะเป็นประโยชน์มาให้อ่านกัน สาเหตุของ “นิ่วในไต” มาจากการตกตะกอนของแคลเซียม ออกซาเลต และสารต่างๆ ที่ขับออกมาในปัสสาวะ ตกค้างอัดแน่นจนกลายเป็นก้อนนิ่ว ซึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้เราเสี่ยงเกิดการตกตะกอนของสารจนกลายเป็นนิ่วก็มาจากอาหารที่เราทานเข้าไปทุกวันนั่นเอง แต่วันนี้เราจะมาพูดถึงน้ำอัดลม เพราะเป็นสิ่งที่ตั้งแต่เด็กไปจนถึงผู้ใหญ่ นิยมที่จะดื่มกันมาก และน้ำอัดลมนี่แหละเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดนิ่วในไต

ทำไมน้ำอัดลมถึงเป็นสาเหตุของนิ่วในไต ?
อาหารการกินเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดโรคนิ่วในไตอยู่แล้ว เพราะการรับประทานอาหารเนื้อสัตว์ และอาหารที่มีปริมาณโซเดียมสูงมากเกินกว่าที่ร่างกายต้องการและมากเกินการกำจัดออก ซึ่งกลายเป็นเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดโรคนิ่วในไต แต่นอกจากอาหารที่เราทานเข้าไปแล้ว พวกเครื่องดื่มก็สำคัญมากๆ เช่นกัน ปกติแล้วทุกคนต้องดื่มน้ำเปล่าหรือน้ำสะอาด ให้เพียงพอต่อร่างกาย เพื่อความสมดุลของน้ำในร่างกาย และการนำน้ำไปใช้ในกระบวนการต่างๆ ในร่างกาย แต่การที่เราหันไปดื่มเครื่องดื่มยอดนิยมอย่าง “น้ำอัดลม” เพื่อทดแทนการดื่มน้ำเปล่า ยิ่งเป็นการเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดโรคนี้ด้วย

เนื่องจากน้ำอัดลมประกอบด้วยน้ำตาล โดยเฉพาะน้ำตาลฟลุกโตสที่มีอยู่ในนั้นปริมาณมาก การที่เราดื่มน้ำอัดลมเข้าไปจะทำให้ร่างกายทำงานหนักมากขึ้นในการกำจัดออกและพยายามขับแคลเซียมในรูปแบบของปัสสาวะซึ่งเป็นการเพิ่มปริมาณแคลเซียมมากยิ่งขึ้น จึงมีความเป็นไปได้ที่จะเพิ่มความเสี่ยงของการที่แคลเซียมจะไปจับกับสารอื่นในปัสสาวะ และตกตะกอนจนกลายเป็นก้อนนิ่วได้

นอกจากน้ำอัดลมที่กล่าวมาแล้ว ยังมีเครื่องดื่มยอดนิยมอีกชนิดหนึ่ง คือ “ชาเย็น” ที่สามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคนิ่วในไต เพราะในชาเย็นมีสารออกซาเลตสูงที่เป็นสาเหตุของโรคนิ่วในไตได้เช่นกัน แต่อย่าพึ่งตกใจไป เพราะการดื่มชาเย็น 1-2 แก้วต่อวัน ไม่ได้เพิ่มความเสี่ยงของโรคมากขนาดนั้น เพราะจากการศึกษาจากข้อมูลสถิติที่เก็บพบว่าการดื่มชาตั้งแต่ 16 แก้วขึ้นไป จึงจะทำให้ป่วยเป็นโรคไต โดยร่างกายได้รับสารออกซาเลตมากเกินไปนั่นเอง

รับประทานอาหารอย่างไร ช่วยลดความเสี่ยง “นิ่วในไต”
เนื่องจากปัจจัยที่ทำให้เสี่ยงเป็นโรคไต ก็คืออาหารที่เราทานเข้าไป ดังนั้น หากเราเลือกทานแต่อาหารที่ดี โดยการลดทานอาหารที่มีแคลเซียมมาก อาหารที่จะไม่ทำให้ร่างกายขับแคลเซียมออกมามากขึ้นกว่าเดิม จะเป็นวิธีที่ดีที่สุด เพราะจะช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคนิ่วในไตได้ เช่น ลดการบริโภคเนื้อสัตว์ อาหารที่มีโซเดียมสูง น้ำตาลฟลุกโตสสูง ออกซาเลตสูง และดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ

บรรเทาอาการปวดหลังฉบับเฉพาะกิจ

ไม่ว่าคุณจะทำอาชีพอะไร คุณก็อาจประสบกับปัญหาอาการ “ปวดหลัง” ได้ จะปวดมาก ปวดน้อย ปวดหลังด้านบน ปวดหลังด้านล่าง หรือปวดหลังด้านข้าง ก็ให้ความทรมานกับเราได้เหมือนกัน บางคนปวดหลังจนทำงานไม่ได้ หรืออาจจะนอนไม่ได้เลยด้วยซ้ำ

 

แต่ไม่ว่าจะปวดหลังเพราะสาเหตุใด เรามีวิธีลดอาการปวดหลังอย่างเร่งด่วนมาฝากค่ะ

1. ประคบน้ำแข็ง

ค่อยๆ เลื่อนถุงน้ำแข็ง หรือ ice pack ที่เป็นเจลเย็นๆ ไปตามแนวหลังคล้ายการนวดราว 5-10 นาที อาจจะให้คนใกล้ชิดช่วยทำให้เพราะเราอาจทำเองไม่สะดวก ความเย็นจากน้ำแข็งจะช่วยลดการอักเสบของกล้ามเนื้อได้

2. นอนราบแผ่นหลังติดพื้น

หาที่นอนที่ไม่นุ่มและไม่แข็งจนเกินไป แต่มีพื้นแบนราบพอที่จะนอนลงไปได้สบายๆ ดันแผ่นหลังให้ติดพื้น เกร็งหน้าท้อง ค้างไว้ 10 วินาที แล้วพัก จากนั้นทำซ้ำราว 2-3 ครั้ง ช่วยให้แผ่นหลังที่อ่อนล้า กลับเข้ามาอยู่ในสภาพปกติ จัดเรียงกระดูกและกล้ามเนื้อให้กลับมาเข้าที่เหมือนเดิม เห็นทำง่ายๆ แค่นี้ แต่ได้ผลดีเชียวล่ะ

3. นั่งไขว้ขา บิดเอว

ท่านี้จะยิ่งได้ผลดีหากปวดหลังส่วนล่าง หรือส่วนใกล้ๆ เอว แต่ปวดหลังปกติก็สามารถทำได้ เริ่มจากนั่งขัดสมาธิบนพื้น ยกขาข้างขวาวางพาดทับขาซ้าย ให้ขาซ้ายยังงอเข่านอนลงชิดพื้นอยู่ ขาขวาตั้งเข่าขึ้น เอามือขวาแตะพื้นขวา มือซ้ายแตะท้ายทอย แล้วเอียวตัวไปทางขวาให้สุด ค้างไว้ 3-5 วินาที จากนั้นกลับมาหน้าตรง วางมือซ้ายบนพื้นข้างลำตัวด้านซ้าย มือขวาแตะท้ายทอย บิดเอวไปทางขวา ค้างไว้ 3-5 วินาที จากนั้นจึงสลับขา และสลับมือ บิดเอวทั้ง 2 ข้างเหมือนเดิม เป็นการเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับกล้ามเนื้อส่วนหลัง โลหิตไหวเวียนในบริเวณหลัง เอว ได้ดียิ่งขึ้น

4. นอนงอเข่า

นอนราบ ยกเข่าขึ้นมาทีละข้าง ไช้แขนดึงรั้งเอาไว้ ค้างไว้ 10 วินาที สลับขายกค้างไว้ 10 นาทีเท่ากัน วิธีนี้ช่วยลดอาการปวดหลังบริเวณหลังส่วนล่าง ส่วนใกล้สะโพก หรือบางคนปวดหลังแล้วร้าวลงสะโพก และขา

5. ดึงแขนข้ามไหล่

ใครที่ปวดเมื่อยหลังบริเวณหลังส่วนบนใกล้กับต้นแขน หรือไหล่ ลองยกแขนข้างขวาขึ้นตรงๆ บิดแขนซ้ายไปด้านหลัง ปลายนิ้ววางไว้กลางหลัง งอเฉพาะศอกขวาลงมา พยายามเอานิ้วมือขวาแตะนิ้วมือซ้ายที่กลางหลังให้ได้มากที่สุด (จับนิ้วกับได้ยิ่งดี) ค้างไว้ท่านั้น 10 วินาที แล้วเปลี่ยนแขนอีกข้าง ค้างไว้ 10 วินาทีเท่ากัน สามารถทำได้เรื่อยๆ จนกว่าอาการปวดจะดีขึ้น

เพียงเท่านี้อาการปวดหลังก็จะดีขึ้นในเวลาไม่กี่นาทีแล้วล่ะค่ะ แต่อันที่จริงแล้วอาการปวดหลังควรเริ่มป้องกันตั้งแต่สาเหตุมากกว่า จะได้ไม่ต้องทรมานกับอาการปวดหลังอยู่บ่อยๆ นะคะ