โรคออทิสติกเทียมในเด็ก

โรคออทิสติกเทียมในเด็กคือ เด็กไม่ยอมพูดเมื่อถึงวัยที่ควรจะพูดเด็กไม่สามารถสื่อสารกับคุณพ่อคุณแม่ได้ และไม่สามารถทำตามคำสั่งของคุณพ่อคุณแม่ได้อย่างที่ควรเป็น โรคนี้เป็นโรคทางการแพทย์อย่างหนึ่งเลยก็ว่าได้ เพราสาเหตุที่ทำไห้เด็กเป็นออทิสเทียมได้นั้นสาเหตุหลักเลยก็คือคุณพ่อคุณแม่ไม่มีเวลาสอนหรือพูดคุยกับลูกหรือไม่มีเวลาไห้ลูก ไห้ลูกดูแต่โทรศัพท์มือถือพอลูกดูลูกก็จะไม่สนใจอะไร เพราะเขาจดจ้องอยู่กับโทรศัพท์ ศซึ่งสาเหตุอย่างที่2เลยคือไห้ลูกน้อยดูโทรศัพท์เมื่อไม่ถึงวัย ซึ่งข้อนี้สำคัญที่สุดเลยเพราะไห้ดูได้ตั้งแต่2ขวบ แต่ใน2ขวบนี้ไห้ดูแค่60นาทีหรือ1ชั่วโมงเท่านั้น

ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นนั้นไห้ลูกดูตั้งแต่1ขวบซึ่งมันไม่จำเป็นเลยที่จะไห้ลูกดูโทรศัพท์ในวัยนี้ ทำไห้เด็กมีพัฒนาการช้า ไม่ยอมพูด เลียนแบบแต่เสียงการ์ตูน และมีอารมณ์ที่รุนแรงและก้าวร้าวนั่นเอง ซึ่งใน1ขวบนี้ควรจะไห้ลูกนั้นเล่นของเล่นเสริมพัฒนาการมากกว่าเพื่อกระตุ้นสมองและพัฒนาการของลูกน้อยไห้เป็นไปตามวัยที่สมควรจะเป็น

ซึ่งถ้าใครกำลังทำแบบนี้กับลูกอยู่เลิกทำไห้เด็ดขาดเลยค่ะเพราะจะเป็นคุณพ่อคุณแม่นั้นที่เสียใจเอง เลี้ยงเขาไห้ดีเพราะเมื่อเขาโตขึ้นเราก็จะไม้ได้กอดได้หอมอีกต่อไปแล้วขอไห้คุณพ่อคุณแม่มือใหม่และมือใหม่ตระหนักถึงเรื่องนี้ไว้นะคะ อะไรมันก็เกิดขึ้นได้เพราะมีหลายๆเคสเกิดขึ้นมาแล้วที่เด็กเป็นออทิสติกเทียม ต้องไปรักษากับหมอจิตแพทย์หลายๆเดือนด้วยกัน เพราะลูกไม่ยอมพูด ทำเสียงเลียนแบบการ์ตูนที่ตัวเองชอบ ไม่ยอมสื่อสารเป็นคำพูดกับพ่อแม่จนพ่อแม่เด็กนั้นต้องพาไปรักษาเลยทีเดียวซึ่งกว่าจะหายนั้นต้องใช้ความอดทนเป็นอย่างมาก

และเป็นเดือนถึงลูกน้อยจะหายดี ซึ่งถ้าคุณพ่อคุณแม่บ้านไหนไม่อยากไห้เกิดกับลูกหลานของตัวเองห้ามไห้เล่นโทรศัพท์เด็ดขาด ไห้พูดกับลูกเล่นกับลูกเยอะๆ ซึ่งการพูดกับลูกนั้นเป็นการช่วยกระตุ้นพัฒนาการด้านการพูดของลูกอย่างหนึ่งไห้ลูกพูดได้เร็วและเรียนรู้ได้เร็วมากจากพ่อแม่สู่ลูก ขอไห้คุณพ่อคุณแม่ทุกท่านตระหนักและคิดถึงลูกมาก ๆนะคะ

เพราะโรคออทิสติกเทียมนั้นจะหายยากแล้วยังต้องรักษากันไปอีกหลายเดือนแล้วนั้นทำไห้คุณพ่อคุณแม่นั้นเสียใจและรู้สึกผิดอีกนะคะ ควรเลี้ยงลูกตามพัฒนาของลูกไม่ควรแนะนำสิ่งที่ไม่ดีหรือยังไม่ตามวัยไห้กับลูกเพราะคนที่จะมาเสียใจมากที่สุดนั่นก็คือคุณพ่อคุณแม่เอง

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ซื้อหวยออนไลน์ เว็บไหนดี

พฤติกรรมที่ไม่ควรทำว่าจะเป็นการลดภูมิคุ้มกันในร่างกายโดยที่เราไม่รู้ตัว 

          ในช่วงที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19 ยังคงมีอยู่และยังมีแนวโน้มว่าจะสูงขึ้นไปเรื่อยๆนั้นการดูแลตัวของเราเองให้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงจึงเป็นสิ่งสำคัญเป็นอย่างมากเพราะหากเรามีภูมิคุ้มกันที่ดีการติดเชื้อก็จะเป็นได้ยากขึ้นไปอีกหรือถ้าหากไม้เราติดเชื้อไวรัสโควิด-19เชื้อก็จะไม่สามารถทำอันตรายเราได้มากการรักษาให้หายจึงมีเปอร์เซ็นต์มากกว่าผู้ที่มีร่างกายอ่อนแอ

หรือมีโรคประจำตัวซึ่งเราจะสังเกตเห็นได้ว่าจากสถานการณ์ที่มีอยู่ตอนนี้ที่ทางคณะแพทย์ตามโรงพยาบาลต่างๆได้ออกมาอัพเดทจำนวนผู้เสียชีวิตนั้นส่วนใหญ่แล้วผู้เสียชีวิตมักจะมีโรคประจำตัวและเป็นบุคคลที่ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงนั่นก็คือเป็นผู้สูงอายุส่วนใหญ่สิ่งที่เราต้องทำในช่วงนี้ที่ยังมีปัญหาเรื่องของเชื้อไวรัสโควิด-19ระบาดนั่นก็คือเราควรมีการดูแลร่างกายของตัวเองให้มีสุขภาพแข็งแรงให้ภูมิคุ้มกันในร่างกายของเราทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อที่เราจะได้ไม่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19ได้ง่าย

        สาเหตุที่ร่างกายของเราไม่แข็งแรงและภูมิคุ้มกันของร่างกายจะทำงานไม่เต็มที่มันก็มีสาเหตุมาหลายปัจจัยด้วยกันวันนี้เราจะมาแนะนำว่ามีปัจจัยอะไรบ้างที่จะทำให้ร่างกายของเรามีภูมิคุ้มกันที่ไม่แข็งแรงหรือเรียกว่าภูมิคุ้มกันบกพร่อง

  •  อันดับแรกเลยคือความเครียดอันที่จริงความเครียดนั้นเราไม่สามารถห้ามได้ว่าเราจะเครียดหรือไม่เครียดเพราะในตอนนี้จากสถานการณ์ที่เป็นอยู่นี้ไม่ว่าจะเรื่องของตัวไวรัสที่กำลังระบาดลุกลามไปทั่วโลก  ไม่ว่าจะเป็นสถานะเศรษฐกิจที่กำลังดิ่งลงเหวทำให้เราประสบกับปัญหากิจการที่ทำอยู่ได้รับความเดือดร้อนต้องปิดตัวลง  หรือถ้าหากเราเป็นประชาชนทั่วไปก็คือบริษัทจ้างงานสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ทำให้เราเครียดและไม่สามารถที่จะบอกได้ว่าเราจะไม่เครียดเรื่องนี้เพราะมันเป็นไปได้ยากมากแต่คนทุกคนคงจะเป็นในการจัดการกับความเครียดให้ได้เร็วที่สุดอาจจะใช้ธรรมะเขาช่วยในเรื่องของการทำให้เราสงบจิตสงบใจมากยิ่งขึ้นเพื่อให้ความเครียดลดน้อยลงให้มากที่สุดเพราะความเครียดมีผลต่อสภาพร่างกายหากเราเครียดมากร่างกายเราก็จะแข็งแรงน้อยลงดังนั้นถ้าอยากมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงทำงานได้มีประสิทธิภาพสามารถต่อต้านเชื้อไวรัสได้เราจึงควรพยายามทำให้ตัวเองเครียดให้น้อยลงให้ได้มากที่สุด
  • การพักผ่อนที่เพียงพอก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้ร่างกายของเราแข็งแรงเพราะหากเรานอนน้อยร่างกายของเราอ่อนแอลงก็จะมาทำอันตรายเราได้ง่ายขึ้น
  • งดเครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล์ก็อย่างที่เราทราบกันดีอยู่ว่าแอลกอฮอล์เข้าไปทำลายตับและปอดของเราทำให้เราป่วยได้ง่ายดังนั้นยิ่งใครมีอวัยวะภายในที่ไม่ค่อยแข็งแรงเชื้อโรคก็จะเข้าไปทำลายเราได้เร็วและง่ายเช่นเดียวกัน 

 

 

สนับสนุนโดย  แทงหวยลาว

การที่เราไม่มีเชื้อนั้นเท่ากับเราไม่แพร่เชื้อเอสไอวี

ได้มีการสำรวจในทั่วโลกแล้วว่าการที่เราเป็นโรคเอดส์นั้นแต่ถ้าเรานั้นกินยามานานมากพอและการที่เราตรวจเลือดนั้นแล้วพบว่าการที่เราตรวจเลือดนั้นไม่พบเชื้อนั่นยหมายความว่าเรานั้นไม่มีเชื้อที่เราจะไปแพร่เชื้อที่เราเป็นให้กับคนที่ไม่ได้  เพราะว่าเขานั้นได้ทำการทดลองและตรวจดูว่าคนที่เคยเป็นโรคแล้วไปมีเพศสัมพันธ์กับคนที่ไม่เป็นและชายกับชายนั้นจะสามารภที่จะกลับมาเป็นโรคหรือว่าติดเชื้อจากแฟนนั้นได้หรือเปล่า 

ซึ่งผลวิจัยนั้นได้ได้แล้วว่าการที่เราเป็นโรคแล้วเราตรวจค่าของเลือดนั้นแล้วว่าไม่มีเชื้อเราสามารถที่จะมีเพศสัมพันธ์กับคนที่ปกตินั้นได้เพราะว่าเขาได้ทำการตรวจแล้วว่าเราไม่สามารถที่จะแพร่เชื้อนั้นได้  ทั้งเป็นทางการที่เราใส่ถุงยางและการที่เราไม่ใส่ถุงยางเพื่อที่จะตรวจดูว่าเรานั้นไม่ติดเชื้อและได้ทำการตรวจเลือดมาโดยตลอดแล้วพบว่าไม่ติดเชื้อ  

 ในเรื่องของทางสาธารณสุข  ทางแพทย์นั้นได้มีการเจาะประเด็นแล้วและได้ทำความเข้าใจให้กับคนที่ป่วยนั้นได้เข้าใจว่าการที่เรากินยาต้านไวรัสนั้นเป็นเรื่องที่ดีเราควรที่จะกินต่อเนื่องและการกินยานั้นก็ควรที่จะกินตรงต่อเวลาที่ทางพยาบาลนั้นกำหนด  และการที่เรากินยาอย่างต่อเนื่องนั้นจะทำให้ผู้ที่ป่วยนั้นรู้สึกได้ว่าการที่เรากินยาเราสามารถที่จะหายและทำให้ผู้ที่ป่วยนั้นหันมาสนใจในการกินยาเพื่อที่จะหายจากโรคโดยที่เราสามารถที่จะอยู่ร่วมกับคนอื่นั้นได้และการที่เราจะมีคู่ครองได้โดยที่เราไม่ติดเชื้อและก็ไม่แพร่เชื้อให้กับคู่ของเรานั่นเอง

ส่วนเรื่องของผู้ป่วย  ผู้ที่ติดเชื้อนั้นต้องรู้ตัวเองก่อนว่าเรานั้นเป็นผู้ป่วยที่เราตรวจเลือดแล้วเราไม่เจอเชื้อนั่นเอง และเรานั้นสามารถที่จะมีคู่นอนโดยการที่เราสวมถุงยางหรือว่าไม่สวมนั้นก็ได้ แต่ว่าเราต้องมั่นใจก่อนก่อนว่าเลือดของเรานั้นเราไม่มีเชื้ออย่างแน่นอน  และเรานั้นก็ไม่ควรที่จะหยุดในการกินยานั้นด้วย และเราต้องทำตามขั้นตอนที่คุณหมอนนั้นได้บอกเอาไว้ด้วยถ้าเรานั้นเกิดการตรวจเลือดแล้วเรายังพบค่าเลือดที่ยังไม่หายดีนั้นเราก็ควรที่จะกินยาต่อและเราก็ควรที่จะสวมถุงยางด้วยทุกครั้งเพื่อที่จะได้ปลอดภัยต่อคู่นอนที่เราต้องการที่จะนอนด้วยนั่นเอง  

ประโยชน์ของผู้ที่ติดเชื้อ  ทำให้ผู้ที่ติดเชื้อนั้นกล้าที่จะโชว์ว่าตัวเองนั้นไม่มีการแพร่เชื้อนั้นได้  หรือว่าการที่ผู้ที่ป่วยนั้นกล้าที่จะพาแฟนของตัวเองนั้นไปตรวจเลือด  และทำให้ผู้ที่ป่วยนั้นกล้สที่จะชีวิตประจำวันนั้นมากขึ้นอีกด้วย

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ชุดตรวจ hiv

อ้วนแล้วทำอย่างไรดี

ในช่วงที่เรานั้นไม่ได้มีการควบคุมอาหารการกินหรือการออกกำลังกายนั้นจากคนที่เคยผอมหุ่นดีก็เข้าสู่วงการคนอ้วนในที่สุดนั่นเอง บางคนนั้นเมื่อรู้ตัวเร็วก็รีบจัดการตัวเองได้เร็วและบางคนที่รู้ตัวช้าก็อาจจะจัดการตัวเองได้ช้าแต่บางคนก็อาจจะรู้ตัวว่าตัวเองนั้นเริ่มอ้วนกว่าปกติแล้วแต่ก็ยังไม่มีการจัดการกับตัวเองซึ่งลักษณะแบบนี้จึงนำมาซึ่งความอ้วนอย่างถาวรนั่นเอง แต่บางคนอาจจะรู้ตัวแล้วแต่ไม่รู้วิธีที่ถูกต้องว่าจริงๆแล้วนั้นเมื่อรู้ตัวว่าอ้วนจะทำอย่างไรนั่นเอง

ในช่วงแรกที่เริ่มรู้สึกตัวว่าตัวเองนั้นเริ่มอ้วนแล้วนั้นสิ่งแรกที่ควรจะทำคือการทำสิ่งที่ไม่เคยทำก็คือการออกกำลังกายนั่นเอง เพราะการออกกกำลังกายนั้นจะสามารถไปช่วยในเรื่องการเผาผลาญและการสร้างกล้ามเนื้อได้เป็นอย่างดี  เมื่อเรามีกล้ามเนื้อแล้วนั้นการลดความอ้วนจะเป็นเรื่องที่สามารถทำได้ง่ายขึ้นนั่นเอง การออกกำลังกายควรจะออกอย่างน้อยวันละ30-45นาทีเป็นอย่างต่ำ เพราะช่วงเวลานี้นั้นเป็นช่วงที่ร่างกายได้มีการดึงสารอาหารพลังงานจากไขมันต่างๆในร่างกายออกมาใช้นั่นเอง และการออกกำลังกายในช่วงแรกนั้นอาจจะเน้นเป็นการเวทและคาร์ดิโอควบคู่กันไปก่อนนั่นเอง เพื่อที่จะทำให้เกิดการเผาผลาญและเกิดการสร้างกล้ามเนื้อใหม่ด้วย

สิ่งต่อมาเมื่อรู้ว่าตัวเองเริ่มอ้วนแล้วก็คือการงด งดคือการงดอาหารที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายและอาหารที่ก่อเกิดเป็นความอ้วนได้และทำรายสุขภาพในระยะยาวด้วย อาหารในที่นี้นั้นอาจจะไม่ได้ต้องอดสะทีเดียวแต่เป็นการงด เพื่อให้ร่างกายได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการรับประทานอาหารนั่นเอง เช่น อาหารประเภทแป้ง ถือว่าเป็นอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย แต่ก็ต้องรับประทานให้ถูกเวลาและรับประทานให้เหมาะสมกับที่ร่างกายต้องการนั่นเอง โดยการงดนั้นอาจจะงดช่วงเย็นเป็นหลักเพราะในช่วงเย็นนั้นเป็นช่วงที่ร่างกายเผาผลาญน้อยที่สุดเพราะเป็นช่วงเวลาที่เราไม่ได้ทำงาน มีการเคลื่อนไหวได้มากแล้ว และยังเป็นช่วงที่ใกล้จะนอนพักผ่อนแล้วนั่นเองการรับประทานแป้งอาจจะเป็นอาหารที่ทำให้ย่อยยากและอาจจะส่งผลการเกิดกรดไหลย้อนตามาด้วย และที่สำคัญควรดื่มน้ำเปล่าให้มากๆ เพราะน้ำนั้นสามารถช่วยในการลดน้ำหนักนั่นเอง

การลดความเครียด มีคนจำนวนไม่น้อยที่เมื่อรู้ตัวว่าตัวเองนั้นอ้วนขึ้นแล้วนั้นจะเกิดความเครียด เพราะบางครั้งก็อาจจะถูกทักจากคนรอบข้างทำให้รู้สึกกดดันว่าอ้วนแล้วทำอย่างไรดี แต่อาจจะพยายามที่จะลดความอ้วนอยู่แต่ยังลดไม่ได้สักทีและเกิดเป็นความเครียดสะสมได้ เพราะอาจจะโฟกัสกับผลลัพธ์ในการลดความอ้นที่มากเกินไป ดังนั้นแล้วในช่วงที่กำลังลดความอ้วนนั้นควรจะทำจิตใจและสมองให้สบายเพื่อไม่ให้เกิดความเครียดและจะสามารถลดความอ้วนได้อย่างดีและมีประสิทธิภาพนั่นเอง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  รวมเว็บหวยออนไลน์

รู้จักประโยชน์ดีๆของชาหมักกันเถอะ

      สำหรับคนที่ชอบดื่มชานั้นมักจะรู้จักกันเป็นอย่างดีว่า ชาหมักนี้เป็นชาเก่าแก่ที่มีอายุมานานหลายร้อยปีเลยทีเดียวซึ่งสำหรับคนที่ชอบดื่่มชาแล้วจะเข้าใจว่าการที่เราดื่มชาแบบนี้นั้นจะส่งผลดีต่อสุขภาพของผู้ที่ดื่มชาอย่างมากมายมหาศาล นอกจากว่าชาหมักจะมีคุณสมบัติเดี่ยวเช่นเดียวกับชาปกติแล้วยังมีคุณสมบัติที่นอกเหนือ

และมากกว่าปกติทั่วไปเนื่องจากว่าชาหมักนี้จะมีใพรไบโอติก ซึ่งเรารู้กันดีอยู่แล้วว่าสารประกอบชนิดนี้จะมีขึ้นในอาหารที่เป็นอาหารประเภทหมักเท่านั้นนั่นก็คือมันจะมีตัวจุลินทรีย์และยีสต์ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายของเรามากรวมอยู่ในนั้นด้วยดังนั้นการที่เรากินชาหมักเข้าไปจะทำให้เราลดความเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายจากโรคต่างๆได้หลายโรคเลยทีเดียวโดยเฉพาะโรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียเนื่องจากว่าภายในชาหมักนี้จะมีสารต้านอนุมูลอิสระที่จะทำลายเชื้อโรคต่างๆเหล่านี้ได้  สำหรับในชาหมักนั้นนอกจากที่เราจะรู้ว่าจะมีไผ่ไบโอติกเพื่อทำลายจุลินทรีย์ที่ไม่ดีอีกแล้ว

ยังมีในเรื่องของสารต้านอนุมูลอิสระที่มากเพื่อที่จะช่วยปกป้องเซลล์ผิวต่างๆของเราให้ดีขึ้นรวมถึงในชามนั้นดังออกฤทธิ์ที่จะสามารถกำจัดเกี่ยวกับเชื้อแบคทีเรียที่เป็นเชื้อที่ไม่ดีได้รวมถึงคนที่มีภาวะความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหัวใจหลอดเลือดการกินชาหมักเข้าไปมีผลวิจัยออกมาแล้วว่าจะช่วยให้ระบบการทำงานภายในนั้นดีขึ้นสามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดได้รวมถึงลดความเสี่ยงที่จะเป็นโรคมะเร็งได้อีกด้วยดังนั้นประโยชน์ดีๆของชาหมักจึงมีมากมายที่เราไม่ควรมองข้ามแต่อย่างไรก็ตามของดีก็มักจะต้องมีสิ่งที่ไม่ดีปะปนมาเสมอหากมีการกินมากจนเกินไปซึ่งการหมักหากมีการหมักไม่สะอาดก็อาจจะทำให้มีสารปนเปื้อนอยู่ในน้ำหนักมันได้

ทำให้อาจจะมีเชื้อโรคที่สามารถปนเข้ามาในน้ำชาหมักของเราได้ดังนั้นก่อนที่จะมีการทำชาหมักนั้นควรจะมีการตรวจสอบภาชนะที่จะมีการนำมาผลิตทำให้มีความสะอาดและเหมาะสมต่อกระบวนการการผลิตเพื่อที่เราจะได้ได้รับคุณประโยชน์จากน้ำหนักอย่างครบถ้วนและไม่ทำให้เกิดอันตรายต่อตัวเอง

ซึ่งถ้าหากว่าชาหมักที่เราทำนั้นไม่สะอาดจะมีสารปนเปื้อนทำให้เราเป็นโรคท้องเสียหรือถ้าขั้นร้ายแรงก็อาจจะมีการติดเชื้อในทางเดินอาหารกลายเป็นติดเชื้อในกระแสเลือดหายใจลำบากอาเจียนและถึงขั้นอาจจะมีอันตรายถึงแก่ชีวิตได้โดยบางคนอาจจะมีการแพ้ชาหมักดังนั้นหากกินแล้วรู้สึกถึงความผิดปกติในร่างกายเช่นเวียนหัวปวดท้องควรจะรีบไปปรึกษาแพทย์ที่โรงพยาบาล

เพื่อให้ทำการตรวจสอบว่าอาการเหล่านี้เกิดจากอาการแพ้ที่เป็นเพราะการกินชาหมักหรือไม่เพื่อนในครั้งต่อไปเราจะได้หลีกเลี่ยงในการกินตามหลักเพราะถึงแม้ว่าจะมีประโยชน์มากแต่ถ้าหากว่าเราแพ้สมัครก็ไม่สมควรที่จะกินเช่นเดียวกันเพราะไม่เช่นนั้นอาจจะมีอันตรายถึงชีวิตได้

 

สนับสนุนโดย  ชุดตรวจ hiv

เครื่องช่วยฟังหลักหมื่นแตกต่างจากเครื่องหลักร้อยอย่างไร? 

ราคาของ เครื่องช่วยฟัง มีความแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย โรงพยาบาลอาจจะมีราคาสูงกว่าที่อื่น เนื่องจากเป็นงานนำเข้าจากต่างประเทศ และมีค่าแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมาแนะนำ จึงทำให้ต้องจ่ายราคาแพงกว่าที่อื่น แต่ไม่ใช่ว่าร้านที่ขายอยู่ทั่วไปจะไม่มีความน่าเชื่อถือ เพราะเดี๋ยวนี้ร้านข้างนอก สามารถนำเข้าเครื่องช่วยฟังได้จากต่างประเทศแล้ว ในราคาที่จับต้องได้ จึงทำให้มีร้านขายเครื่องช่วยฟังเกิดขึ้นมามากขึ้นในปัจจุบัน 

สำหรับคนที่เพิ่งตรวจเจออาการผิดปกติทางการได้ยิน จำเป็นต้องใช้เครื่องช่วยฟัง ก็สามารถวิเคราะห์สถานะทางการเงินของตัวเองได้ในเบื้องต้น ว่าสะดวกจ่ายในงบประมาณที่เท่าใด หรือบางคนอาจจะไม่สะดวกไปซื้อที่โรงพยาบาล อาจจะต้องสั่งจากร้านในออนไลน์ ก็ต้องดูความน่าเชื่อถือ ว่ามีหน้าร้านหรือไม่ มีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำหรือเปล่า และเครื่องที่ซื้อไปมีประกันเมื่อเครื่องมือมีปัญหามั้ย?

ทั้งหมดนี้เป็นการดูเบื้องต้นว่าร้านที่จะตัดสินใจซื้อนั้น มีความน่าเชื่อถือเป็นอย่างไร และควรเปรียบเทียบราคาจากหลายๆร้าน เพื่อให้ได้ร้านที่มีคุณมากที่สุดตามที่เงินเราจะจ่ายถึง ถึงจะเรียกว่าของชิ้นนี้มีประสิทธิภาพ 

สำหรับคนที่สงสัยว่าเครื่องช่วยฟังราคาหลักร้อยนั้น สามารถใช้งานได้เหมือนกับเครื่องที่ราคาหลักหมื่นหรือไม่ ต้องตอบไปทีละเรื่อง การใช้งานนั้นสามารถใช้งานได้เหมือนกันแน่นอน เพียงแต่ว่าเครื่องราคาหลักหมื่นจะมีเสียงที่ชัดและนุ่มกว่า นอกจากนี้วัสดุที่ใช้นั้นยังส่งผลถึงราคาที่แตกต่างกันไป เครื่องหลักหมื่นใช้วัสดุที่มีราคาแพงกว่า จึงทำให้มีความคงทนมากกว่า และการดูแลรักษาอาจจะง่ายกว่า และใช้งานได้นานมากกว่า เช่น เครื่องหลักหมื่นใช้งานได้อย่างต่ำ 2-5 ปี แต่เครื่องหลักร้อยอาจจะใช้งานได้ประมาณ 1-3 ปี ซึ่งถามว่าคุ้มไหม? ก็ถือว่าคุ้มทั้งสองราคา ขึ้นอยู่กับว่าเราสะดวกจ่ายแบบไหน และถ้าหากว่าเราซื้อของมาแพง แต่ไม่ดูแลรักษา โอกาสที่จะเสียหาย พังก่อนเวลา หรือสูญหาย ก็มีมากไม่ต่างกัน 

มาถึงในส่วนของค่าการตลาด การโปรโมท การจ้างคนมาทำงานมาผลิต เหล่านี้ล้วนแล้วแต่ทำให้ต้นทุนของเครื่องช่วยฟังแตกต่างกันไป บางร้านมีเครื่องช่วยฟังเหมือนกัน แต่ร้านนึงมีหน้าร้านน่าเชื่อถือ มีผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำ และมีใบรับประกันสินค้าให้ อาจจะมีราคาแพงกว่าอีกร้าน แต่ถ้าเทียบกับสิ่งที่ได้รับ ถือว่าสมราคา และคนซื้อเองก็ได้ความสบายใจ ที่สำคัญคือความปลอดภัย เป็นไปได้มากว่า เครื่องช่วยฟัง ที่ราคาหลักหมื่น จะใช้วัสดุที่มีความคงทน และปลอดภัยกับผู้ใช้งาน เพราะอย่าลืมว่าเครื่องนี้ใช้งานโดยตรงกับหูของเรา ซึ่งถ้าไม่ปลอดภัยจะเป็นอันตรายกับตัวคนใช้ และทำให้แบรนด์เสียชื่อเสียงได้ 

การรักษาและป้องกันหูไม่ให้เกิดโรค

การรักษาหรือป้องกันหูของเรานั้นเป็นสิ่งสำคัญเพราะหูเป็นอวัยวะที่เซนซิทีฟกับสิ่งแวดล้อมรวมไปถึงสิ่งแปลกปลอมต่างๆ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่การรักษาหูของแต่ละคนว่ารักษาแบบใดและรักษาดีหรือไม่  สาเหตุของโรคหูนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างเช่นหูไปได้รับการกระทบกระเทือนมาหรือไม่ หรืออาจจะเป็นเพราะหูไปได้รับสิ่งแปลกปลอมที่มีผลให้หูเกิดอาการอักเสบหรือแพ้มาหรือไม่และโรคที่เกิดจากหูส่วนใหญ่แล้วนั้นจะเกิดจากการที่หูไปได้รับสิ่งแปลกปลอมต่างจึงส่งผลให้หูเกิดอาการอักเสบและส่งผลให้เกิดโรคหูอื่นๆตามมาเช่น โรคหูชั้นนอกและโรคหูชั้นกลาง

แต่ก็ยังสามารถรักษาได้ด้วยทางยา หรือการผ่าตัดได้ โดยการรักษาอาการเกี่ยวกับโรคหูนั้นก็จะต้องขึ้นอยู่กับผู้ป่วยด้วยว่าจะรักษาไปในทิศทางใดเพราะอาการของโรคนั้นไม่เหมือนกัน บางคนหูไม่ได้เป็นอะไรมากก็จะทำการรักษาโดยการกินยาไปก่อน แต่ถ้าหากว่าหูของผู้ป่วยมีอาการที่รุนแรงก็จะทำการรักษาโดยการผ่าตัด แต่การผ่าตัดก็มีความเสี่ยงสูง

แต่จะได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการรักษาแบบอื่นแต่ก็ใช้เงินเยอะว่าแบบอื่นเช่นกัน และสำหรับโรคของหูชั้นในเป็นเรื่องที่ค่อนข้างที่จะซับซ้อนมาก การรักษาก็จะขึ้นอยู่กับสาเหตุว่าหูมีอาการมากน้อยแค่ไหนหรือแพทย์อาจจะต้องให้การรักษาต่อเนื่องในบางคนที่มาพบแพทย์ค่อนข้างช้า ซึ่งการมาพบแพทย์ช้านั้นก็จะทำให้หูมีอาการค่อนข้างที่รุนแรงมากจึงทำให้การรักษามักไม่ค่อยได้ผลที่ดีเท่าที่ควรจะได้ ฉะนั้นถ้าหากมีอาการทางหูหรือมีโรคที่เกี่ยวกับหูต้องรีบไปพบแพทย์โดยด่วนเพื่อทำการรักให้ทันท่วงที และเพื่อผลการรักษาที่มีประสิทธิภาพที่ดี

เต็มประสิทธิภาพและสำหรับการป้องกันโดยทั่วไป ที่คนทั่วไปสามารถทำไร คือ หลีกเลี่ยงจากปัจจัยต่างๆที่สามารถจะทำลายหูของท่าน ได้แก่ หลีกเลี่ยงไม่ให้หูโดนน้ำและให้น้ำขังในหู หลีกเลี่ยงภาวะที่มีเสียงดังมาก หลีกเลี่ยงการแคะหูนานๆและแคะหูบ่อยๆ หลีกเลี่ยงการใส่หูฟังเป็นเวลานาน หลีกเลี่ยงการใช้ยาที่ทำลายประสาทหู

ซึ่งส่วนใหญ่แล้วถ้าจะต้องกินยาที่รักษาหูนั้นจะต้องได้ยามาจากการที่แพทย์สั่งเท่านั้นเพราะจะตรงกับอาการของหูและการไปซื้อยากินเองนั้นเป็นอันตรายต่อตัวผู้ป่วยแองและถ้าหากมีการปวดหู หรืออาการที่มีความเสี่ยงเกี่ยวกับหูให้รีบมาพบแพทย์เพื่อดูอาการทันที ห้ามปล่อยให้เกิดอาการอักเสบหรือมีอาการที่รุ่นแรงเป็นอันขาดเพราะจะทำให้การรักษาไม่ได้ผลเท่าที่ควร 

 

ได้รับการสนับสนุนมาจาก  เครื่องช่วยฟัง

มาทำความรู้จักผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ที่คนนิยมนำมารับประทาน

เชื่อว่าหลายคนคงรู้จักผลไม้ตระกูลเบอร์รี่กันบ้างแล้ว เพราะเราจะเห็นได้จากสื่อโฆษณาที่จะออกมาพร้อมกับผลิตภัณฑ์ที่ระบุเอาไว้ว่าผลไม้ตระกูลเบอร์รี่จะช่วยในเรื่องการการสร้างสารต้านอนุมูลอิสระ  ช่วยในเรื่องของการชะลอการแก่ก่อนวัย ผิวพรรณสวยงามเปล่งปลั่ง กินแล้วไม่อ้วน และยังช่วยบำรุงสายตา ทั้งนี้ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่นี้เราจะเห็นว่ามีสีสันสวยงามมีรูปร่างแตกต่างกันบางผลเป็นแบบกลมมน บางผลขรุขระ ทั้งนี้ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่จะมีรสหวานๆเปรี้ยวๆ

ซึ่งวันนี้เราจะมาแจกแจงผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ให้ฟังโดยเน้นชนิดที่ผู้คนนิยมกินกันว่ามีอะไรบ้างและมีประโยชน์ยังไง

  1. Blueberry  เป็นผลไม้ที่มีผลสีม่วง มีลักษณะเป็นลูกกลมๆเล็กๆมีรสชาติเปรี้ยวอมหวาน ประโยชน์ของบลูเบอร์รี่จะเน้นในเรื่องของช่วยในเรื่องของความจำและช่วยยับยั้งความเสื่อมโทรมของร่างกาย และยิ่งถ้าสามารถกินเป็นประจำทุกวันได้จะยิ่งดีเพราะช่วยในเรื่องของการป้องกันการเป็นโรคหัวใจ ซึ่งในบลูเบอร์รีมีวิตามินซีสูงจะช่วยเรื่องของผิวพรรณที่สวยงามด้วย
  2. Raspberry สำหรับราสเบอร์รี่จะค่อนข้างมีหลายสายพันธุ์และมีหลายสี โดยจะมีทั้งสีแดง  สีม่วง และสีม่วงเข้ม แต่ที่นิยมนำมาบริโภคกันมากที่สุดจะเป็นสายพันธุ์สีแดงอมชมพูเข้ม ซึ่งจะอุดมไปด้วยกรดเอลลาจิกที่เป็นสารช่วยต้านอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นมาเองตามธรรมชาติ สำหรับราสเบอร์รี่จะมีรสชาติออกเปรี้ยวๆ ทั้งนี้ราสเบอร์รี่จะช่วยในเรื่องการป้องกันการเกิดมะเร็งและยังช่วยลดความเสี่ยงที่จะติดเชื้อไวรัสและเชื้อแบคทีเรียได้ด้วย
  3. Blackberry   สำหรับแบล็กเบอร์รี่จะมีหลายสายพันธุ์ด้วยกันมีรสออกเปรี้ยวอมหวาน ผลจะเป็นสีดำลักษณะจะเป็นเหมือนเมล็ดอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม ในผลแบล็กเบอร์รีจะมีสารอาหารมากมายหลายชนิด โดยเฉพาะวิตามินจะมีทั้งวิตามินบี  วิตามินซี และวิตามินเค และยังมีเกลือแร่อีกด้วย ซึ่งจะช่วยในเรื่องป้องกันการเกิดโรคมะเร็งในลำไส้และโรคหัวใจ ที่สำคัญยังช่วยในเรื่องของการฟื้นฟูคาลลาเจนในร่างกายให้เรามีผิวพรรณที่เปล่งปลั่งสวยงามและชะลอการแก่ก่อนวัยได้อีกด้วย
  4. Mulberry  หลายคนคงคุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดีเพราะกำลังเป็นที่นิยมปลูกกันมากในประเทศไทย โดยมีชื่อไทยๆว่าลูกหม่อน ลักษณะของผลจะมีผิวขรุขระเหมือนเป็นเม็ดเล็กๆรวมติดกัน มีสีแดงอมม่วงและหากสุกมากจะเป็นสีม่วงเข้ม ซึ่งจะมีรสเปรี้ยวอมหวาน สำหรับมัลเบอร์รี่จะช่วยในเรื่องของความจำให้มีความจำดีและยังในเรื่องของการต้านโรคมะเร็ง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  relx pod น้ำยา

โรคหัวใจกับปัจจัยเสี่ยง

โรคหัวใจกับปัจจัยเสี่ยง
อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า โรคเส้นโลหิตหัวใจ คือโรคหนึ่งที่สำคัญของเมืองไทย โดยเหตุนั้นเพื่อความไม่ประมาทประชากรควรจะตระหนักถึงสิ่งที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเส้นเลือดหัวใจ อาทิเช่น เบาหวาน ความดันเลือดสูง สภาวะไขมันในเลือดแตกต่างจากปกติ ดูดบุหรี่ ความตึงเครียด โรคอ้วน แล้วก็พันธุกรรม ซึ่งเป็นต้นเหตุนำไปสู่โรคเส้นเลือดหัวใจตีบหรือตันได้ โรคเส้นเลือดหัวใจตีบ แบ่งได้ตามลักษณะของการเกิดการแสดงอาการมี 2 แบบ คือ
1. แบบเรื้อรังมีสาเหตุจากการการตีบของเส้นเลือดแดงที่ไปเลี้ยงหัวใจ มีไขมันไปเกาะฝาผนังของเส้นเลือด ทำให้เส้นโลหิตแดงตีบแคบเล็กลงหรือลีบ นำมาซึ่งการทำให้กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ซึ่งคนเจ็บจะมีลักษณะอาการซึ่งรู้สึกเจ็บอกในตอนที่ออกแรง เมื่อนั่งพักแล้วจึงรู้สึกดีขึ้น
2. แบบรุนแรงซึ่งมีเหตุมาจากการปริแตกข้างในของฝาผนังเส้นเลือด ทำให้มีลิ่มเลือดมาเกาะแล้วก็มีการอุดตันที่เส้นเลือดที่ไปเลี้ยง จนถึงเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดหรือกล้ามเนื้อหัวใจตาย อาจทำให้บางรายเสียชีวิตแบบทันควันได้

ผู้อำนวยการสถาบันโรคทรวงอก กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มว่า อาการโรคเส้นโลหิตหัวใจแบ่งเป็น 2 แบบตามลักษณะของการเกิดอาการ
1.แบบเรื้อรัง อาการลักษณะอย่างนี้จะไม่เกิดขึ้นแบบกระทันหัน แม้กระนั้นจะเกิดจากการสั่งสมของคอเลสเตอรอลที่ฝาผนังเส้นเลือดทำให้มีการตีบแคบของเส้นโลหิตที่ไปเลี้ยงหัวใจ มักกำเนิดในบุคคลที่มีการเสี่ยงได้เบาหวาน โรคความดันเลือดสูง และก็คนที่มีไขมันในเลือดสูงและคนที่ดูดบุหรี่ โดยมีลักษณะอาการ คือ แน่นหน้าอกเหมือนมีบางสิ่งบางอย่างมากมายกดทับรู้สึกร้าวไปถึงฟันกรามรวมทั้งแขนซ้าย ส่วนใหญ่สัมพันธ์กับการออกแรงและอาการดีขึ้นเมื่อหยุดพักหรืออมยาใต้ลิ้น นอกจากนี้ยังรู้สึกเหนื่อยง่ายกว่าปกติ
2. ออกอาการเกิดขึ้นแบบทันควัน อาทิเช่น อาการกำเนิดได้โดยไม่เลือกเวลา อาจมีอาการได้ในขณะดำเนินงาน เล่นกีฬาหรือพัก

คนไข้โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดกระทันหัน ส่วนมากจะมาเจอหมอด้วยอาการแน่นหน้าอกที่ร้ายแรง มีเหงื่อแตก ใจสั่น และก็เจ็บปวดรวดร้าวไปถึงฟันกรามสะบักข้างหลัง แขนซ้าย จุกคอหอย บางรายมาด้วยจุกลิ้นปี่เหมือนโรคกระเพาะหรือกรดไหลย้อน ซึ่งมีสาเหตุจากการปริแตกภายในของฝาผนังเส้นโลหิต รวมทั้งมีลิ่มเลือดมาจับกุมตัวรอบๆนั้นเมื่อลิ่มเลือดมีจำนวนมากขึ้นเรื่อยกระตุ้นให้เกิดการอุดตันของเส้นโลหิตแดงคราวไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจทำให้กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ซึ่งอาจส่งผลให้กำเนิดหัวใจล้มเหลว หัวใจวาย และบางทีอาจเสียชีวิตรุนแรงในทันทีจากภาวการณ์หัวใจห้องด้านล่างซ้ายเต้นผิดจังหวะแบบรุนแรง

โดยเหตุนั้น ถ้าหากพบว่ามีลักษณะของโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดกะทันหันควรจะรีบไป เจอหมอในทันทีเพื่อนำไปสู่กระบวนการรักษาที่ถูกแนวทางและก็รักษาชีวิตได้โดยสวัสดิภาพ หากพบเจอคนป่วยสลบจากหัวใจวายการกู้ชีพพื้นฐานโดยคนที่ได้รับการฝึกอบรมและนำส่งโรงพยาบาลในทันที ซึ่งบางครั้งอาจจะช่วยคนไข้ได้ สำหรับเพื่อการรักษาโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดในตอนนี้มี 3 แนวทาง คือ การดูแลรักษาด้วยยา การขยายเส้นโลหิตแดงด้วยบอลลูนแล้วก็ใส่ขดลวดค้ำไว้ รวมทั้งการดูแลและรักษาด้วยการผ่าตัดเบี่ยงเบนเส้นเลือดหัวใจหรือกระบวนการทำบายพาส

การลดน้ำหนักโดยการกินให้น้อยลงหรืออดอาหาร ทำให้ไขมันลดลงได้เร็ว จริงหรือ?

การลดน้ำหนักโดยการกินให้น้อยลงหรืออดอาหาร ทำให้ไขมันลดลงได้เร็ว จริงหรือ?
ขณะที่เราออกกำลังกาย เพื่อเผาผลาญแคลอรี่ ร่างกายจะเลือกใช้พลังงานพร้อมใช้ หรือเรียกว่า Dietary Fuel ซึ่งพลังงานตัวนี้มาจากการที่เรารับประทานอาหารเข้าไปก่อนหน้านี้ เมื่อเผาลาญหมดลงจึงจะปรับมาใช้พลังงานที่สะสมไว้ (Body Fuel) ได้แก่ โปรตีนในกล้ามเนื้อ และไขมันสะสมเป็นลำดับถัดไป

การอดอาหารหรือ ลดอาหารอย่างไม่ถูกวิธี แล้วไปออกกำลังกายอย่างหนัก ในช่วงแรกไขมันจะลดลง แต่ร่างกายที่ไม่มีสารอาหารเพียงพอที่จะไปซ่อมแซมกล้ามเนื้อที่สลายออกไป ทำให้กล้ามเนื้อบางส่วนหายไปด้วย

วิธีที่จะช่วยให้เกิดการการเผาผลาญไขมันมากที่สุด และช่วยลดการสูญเสียกล้ามเนื้อน้อยที่สุด คือ
1. ควรมีการออกกำลังกายที่เพิ่มแรงต้านให้กล้ามเนื้อแบบ weight training (การออกกำลังกายโดยใช้แรงของกล้ามเนื้อในการยกอุปกรณ์ หรือออกแรงต้านน้ำหนักตัวเองโดยไม่มีอุปกรณ์ )

2. ออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ เช่น วิ่ง ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน เพื่อช่วยสลายไขมันส่วนเกิน ทั้งนี้ให้ทำควบคู่ไปกับการออกแบบ weight training

3. ควบคุมปริมาณอาหารให้เหมาะสม ไม่ควรงดไปบางมื้อโดยเฉพาะมื้อเช้า โดยหลักการง่ายๆ ของการคุมอาหาร

อาหารที่ควรทานหรือควบคุม

• งดน้ำตาล เครื่องดื่มที่มีน้ำตาล และของหวาน

• ลดการทานแป้งขัดขาว

• ทานผักใบ 40-50% ของมื้ออาหาร

คุมปริมาณไขมันที่ทานในแต่ละวัน เน้นทานไขมันดี

• ทานโปรตีนที่ดี เช่น อกไก่ ปลา เนื้อสัตว์ไม่ติดมันอื่นๆ และลดโปรตีนแปรรูป เช่น แหนม กุนเชียง ไส้กรอก แฮม