รับมืออย่างไรกับอาการบาดเจ็บจากการเล่นฟิตเนส

แม้ว่าการเล่นฟิตเนสจะทำให้คุณมีกล้ามเนื้อ และรูปร่างที่สมส่วนก็ตามทว่าในทางกลับกันหากคุณหักโหมเกินไป หรือเล่นฟิตเนสแบบไม่ระมัดระวังตัวจะส่งผลให้กล้ามของคุณได้รับบาดเจ็บได้เช่นกันอาการบาดเจ็บจากการเล่นฟิตเนสมาจากหลายสาเหตุด้วยกัน อาทิการเล่นฟิตเนสที่ไม่ถูกต้อง หรือเล่นขณะที่ร่างกายคุณ ยังไม่มีความพร้อมมีคนเล่นฟิตเนสจำนวนมากที่เกิดความเข้าใจผิดว่าหากเรายิ่งโหมเล่นให้หนักหน่วงมากเท่าไหร่ กล้ามเราก็จะขึ้นเร็วและแข็งแรงมากขึ้นเท่านั้นซึ่งในความเป็นจริงแล้วถือเป็นเรื่องเข้าใจผิด

หลักการเล่นฟิตเนสที่ถูกต้องเพื่อหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บ นั่นคือ คุณต้องมีเวลาพักบ้าง เพื่อให้กล้ามเนื้อเกิดการฟื้นฟูตัวเองอย่างวันแรกถ้าเล่นหนัก วันที่ต่อมาอาจจะต้องเล่นเพลาๆลงบ้างยกตัวอย่างเช่น วันที่ 1 คุณเล่นเวท วันที่ 2 คุณอาจจะเน้นคาร์ดิโอให้มากขึ้น เรียกได้ว่ามีเวลาผ่อนหนักผ่อนเบาปล่อยให้ร่างกายมีการฟื้นตัว เพราะมิเช่นนั้นแล้วเมื่อออกกำลังกายหนักมากไปกล้ามเนื้อจะบาดเจ็บ พอกล้ามเนื้อบาดเจ็บการฝึกของคุณก็จะไม่มีความก้าวหน้า ทุกอย่างที่ตั้งใจฝึกมาก่อนหน้านี้ก็จะถอยหลังกลับไปสู่จุดที่เป็นศูนย์

สำหรับบางคนที่ออกกำลังกายธรรมดา ไม่ถึงกับหนักมากแต่หากในขณะนั้นคุณภาพของกล้ามเนื้อคุณไม่มีความพร้อมอย่างเต็มที่อาการบาดเจ็บก็จะมาเยือนทันทีหลักการออกกำลังกายที่ดีนั้นก็คือคุณภาพของกล้ามเนื้อต้องมีคุณภาพดีนั่นหมายความว่ากล้ามเนื้อมีความยืดหยุ่น แข็งแรง และมีความทนทานเมื่อคุณออกกำลังกายตามปกติด้วยท่าที่ถูกต้อง และไม่หักโหมเกินไปคุณจะหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บได้

ในส่วนของอาการบาดเจ็บโดยทั่วๆ ไปนั้น มักพบว่าเป็นอาการบาดเจ็บที่บริเวณเข่าครับ อย่างคนทำงานบางคนที่ไม่เคยออกกำลังกายเลย วันแรกพอไปเข้ายิมอาจจะบาดเจ็บที่เข่าได้ เช่น วันแรกของการออกกำลังกายแต่ไปเลือกเล่นอุปกรณ์ที่เรียกว่า Leg Extension ก็อาจเป็นสาเหตุของการปวดเข่า ปวดบริเวณลูกสะบ้าได้หรือแม้แต่การวิ่งบนเทรดมิลล์ก็อาจจะส่งผลให้บาดเจ็บได้เช่นกันอยากแนะให้วิ่งทางลาดๆ จะดีกว่าการวิ่งแบบชันๆ เพราะการวิ่งแบบชันๆจะส่งผลทำให้คุณปวดบริเวณกระดูกอ่อนและลูกสะบ้าได้ง่ายมากหรือแม้แต่บริเวณหัวไหล่ของเราก็ตามที่จะมีเอ็นตัวหนึ่งซึ่งมักจะโดนฉีกขาดอยู่เป็นประจำ หากออกกำลังกายผิดวิธีเช่นเดียวกับการวิดพื้นที่ไม่ถูกวิธี ก็จะส่งผลให้เกิดการบาดเจ็บได้เช่นกัน

การป้องกันอาการบาดเจ็บ
สามารถทำได้ครับอันดับแรกเลยก็คือ กล้ามเนื้อของคุณต้องมีความยืดหยุ่นก่อนไปออกกำลังกายอย่างเช่น การเริ่มต้นสเตรทช์ (stretch) ส่วนต่างๆ ของร่างกายใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที ด้วยการฝึกกับอุปกรณ์ต่างๆพอรู้สึกว่าร่างกายยึดหยุ่นได้ดีแล้วค่อยไปเล่นเวทเทรนนิ่งถ้าไม่มีการสเตรทก่อน อยู่ดีๆ ไปเล่นเวทเลยกล้ามเนื้อจะเกิดการฉีกขาดอย่างง่ายดายอยากฝากไว้ว่าการเล่นฟิตเนสที่ดีและมีประสิทธิภาพนั้นจะต้องมีการกำหนดโปรแกรม มีตารางการฝึกที่เหมาะสม พร้อมกับกำหนดวันพักขณะที่ต้องกินอาหารเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อโดยต้องยึดหลักการกินที่เรียกว่า “บาลานซ์ไดเอต” ควบคู่กันไป

ถังเช่า สมุนไพรเพื่อสุขภาพ

แพทย์จีนโบราณค้นพบและใช้สมุนไพรในการรักษาและบำรุงร่างกายมาเป็นเวลายาวนาน ทั้งยังจัดเป็นเครื่องเสวยขององค์จักรพรรดิ์และราชวงศ์มานับศตวรรษ ‘ถั่งเช่า’ (Cordyceps) หรือมีอีกชื่อหนึ่งว่า ‘หญ้าหนอน’ เป็นยาแผนโบราณที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในตำราแพทย์ของจีนมาช้านาน

ถั่งเช่าคืออะไร
‘ถั่งเช่า’ นั้นพบได้บริเวณแถบทุ่งหญ้าบนภูเขาสูงของประเทศจีน (ธิเบต) เนปาล และภูฏาน ซึ่ง ‘ถั่งเช่า’ ที่มาจากเทือกเขาหิมาลัยมีความน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง ได้มีคำอธิบายสมุนไพรชนิดนี้ว่า

“ฤดูหนาวเป็นหนอน ฤดูร้อนเป็นหญ้า” มีความหมายบ่งบอกวิวัฒนาการของมันว่า ตลอดฤดูหนาวจะมีหนอนชนิดหนึ่งฝังตัวอยู่ในหิมะ เมื่ออากาศเปลี่ยนน้ำแข็งเริ่มละลาย ก็จะมีเห็ดอีกชนิดหนึ่งปล่อยสปอร์ออกมาเพื่อการขยายพันธุ์ โดยจะถูกพัดพาไปตกอยู่ตามพื้นดิน แล้วตัวหนอนที่เคยฝังตัวในหิมะเหล่านี้หลุดออกจากจำศีลขึ้นมาหาอาหารก็จะกินสปอร์เข้าไป เมื่อเวลาผ่านไปถึงฤดูร้อนสปอร์ก็จะเริ่มเจริญเติบโตโดยอาศัยการดูดสารอาหารและแร่ธาตุจากตัวหนอน จากนั้นเห็ดก็จะเริ่มงอกออกจากตัวหนอน เนื่องจากเห็ดเหล่านี้ต้องการแสงอาทิตย์มันจึงงอกพุ่งขึ้นสู่พื้นดินโดยงอกออกจากปากของตัวหนอน ส่วนตัวหนอนเองก็จะค่อย ๆ อ่อนแรงลง ดังนั้นถั่งเช่าที่นำมาใช้ทำเป็นยาก็คือ ส่วนผสมของตัวหนอนและเห็ดที่แห้งแล้วนั่นเอง

นับเป็นเรื่องน่าอัศจรรย์ที่วงจรของหนอนชนิดนี้ได้กลายมาเป็นต้นกำเนิดของสมุนไพรที่มีคุณประโยชน์หลายประการ สำหรับการนำมารับประทานนั้น มีทั้งรับประทานสด ๆ นำมาต้ม ตุ๋น หรือบดเป็นผงแล้วบรรจุในแคปซูลเพื่อความสะดวกยิ่งขึ้น

จากการศึกษางานวิจัยหลายชิ้นเกี่ยวกับผลทางชีวภาพและฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของถั่งเช่ามีมากมาย จึงทำให้ ‘ถั่งเช่า’ เป็นสมุนไพรที่ให้ประโยชน์ในการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันต่าง ๆ ของร่างกายให้ทำงานดีขึ้น กว่า 20 ปีที่ผ่านมายังไม่เคยมีใครค้นพบด้านลบหรือผลข้างเคียงใด ๆ ที่เป็นอันตรายของ ‘ถั่งเช่า’ เลย เว้นเสียจะเกิดขึ้นในบางกรณีของคนที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องของตัวเองอยู่แล้วเท่านั้น

สรรพคุณของถั่งเช่า
ลดระดับน้ำตาลในเลือด สำหรับผู้ป่วยที่เป็นเบาหวานและลดคอเลสเตอรอล
ช่วยการทำงานของตับในเรื่องของดีท็อกซ์ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของไตให้ดีขึ้น
สร้างโปรตีนชนิดสำคัญ ที่ช่วยกระตุ้นสมรรถภาพทางเพศทั้งหญิงและชาย ซึ่งได้รับสมญานามอีกอย่างหนึ่งว่า “ไวอากร้าแห่งเทือกเขาหิมาลัย”
ต้านอาการอ่อนเพลียและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของร่างกาย
กระตุ้นการทำงานของเม็ดเลือดขาว ลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็ง

กระแสความนิยมบำรุงสุขภาพด้วยการรับประทานสมุนไพรจีนเพื่อบำรุงร่างกายมีมากขึ้น ซึ่ง ‘ถั่งเช่า’ เองนั้นเป็นอีกหนึ่งชนิดของอาหารเสริมสำหรับผู้ที่ต้องการบำรุงร่างกายให้แข็งแรง เหมาะสำหรับคนทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่คนหนุ่มสาวจนกระทั่งผู้สูงอายุหรือผู้ที่ต้องการปรับสมดุลในช่วงวัยทอง

หิวหรืออยากกิน ต้องแยกให้ออก

3 วิธี แยกระหว่างหิวมากหรือแค่อยากกิน!!

บ่อยครั้งที่ร่างกายของเราเริ่มส่งสัญญาณว่าอยากกินอาหาร แต่เรากลับสับสนว่าความรู้สึกที่ว่านั้นเป็นแค่ความอยากกินอาหารเฉยๆ หรือร่างกายหิวแล้วกันแน่ ยิ่งในช่วง ลดน้ำหนัก ด้วยแล้ว ยิ่งต้องระวังในเรื่องของการกินอาหารเป็นพิเศษ

1. เสียงท้องร้องไม่ได้แปลว่าหิว
หลายคนมักคิดว่าเมื่อท้องส่งเสียงร้องโครกครากนั้นหมายถึงร่างกายส่งสัญญาณว่าหิวแล้ว แต่ในบางทีนั้นอาจไม่ใช่ก็ได้ค่ะ หากคุณยังไม่ได้กินข้าวตั้งแต่เช้าเรือยจนถึงตอนบ่ายแล้วก็ยังไม่ได้กิน อาการท้องร้องที่คุณได้ยินนั้นแน่นอนว่ามาจากความหิว แต่หากคุณเพิ่งจะกินข้าวกลางวันไปเสร็จ พอเข้าช่วงบ่ายๆ แล้วมีอาการท้องร้อง นั่นอาจเป็นไปได้ว่าร่างกายของคุณมีการหลั่งฮอร์โมนโมติลิน (Motilin) ซึ่งเป็นเรื่องของร่างกายที่จะกระตุ้นให้กระเพาะอาหารบีบตัวเพื่อส่งอาหารจากกระเพาะลงมาที่ลำไส้เล็ก ถือเป็นกลไกอย่างหนึ่งของร่างกายเฉยๆ ไม่ได้ถือว่าเป็นความหิวค่ะ

2. สนใจแต่รูปอาหารหรือคลิปทำอาหาร
ในบางรายที่ชอบดูคลิปหรือรูปสวยๆ ต่างๆ ก่อนนอน บ่อยครั้งที่เรามักเผลอโฟกัสที่รูปอาหารต่างๆ ที่เราเห็นผ่านตา เพราะด้วยสีสันและหน้าตาของอาหารที่ดูน่ากิน จึงทำให้บางครั้งเราเข้าใจไปว่าร่างกายเกิดความหิว แท้จริงแล้วอาจจะเป็นความอยากกินอาหารเหล่านั้นเฉยๆ ก็ได้ค่ะ การที่ร่างกายมองหาแต่รูปหรือคลิปเกี่ยวกับอาหารนั้นไม่ได้หมายความว่าเราหิวจริงเสมอไป อาจเป็นไปได้ว่ามื้อก่อนหน้าเรากินไม่พอกับที่ร่างกายต้องการหรือไม่ได้กินในสิ่งที่อยากกิน ทำให้สมองของเรายังคงโฟกัสอยู่แต่ในเรื่องของอาหารค่ะ

3. ฝันถึงอาหาร

เมื่อใดก็ตามที่เราฝันถึงอาหารหรือการกินอาหาร อาจเป็นไปได้ว่าเรากำลังหิวค่ะ เพราะโดยหลักการแล้ว ความฝันมักเกิดขึ้นจากความปราถนาหรือความต้องการภายในจิตใจ หากเรารู้สึกหิวในขณะที่หลับอยู่ก็มีความเป็นไปได้ว่าร่างกายแสดงความหิวออกมาจนเราเก็บไปฝันนั่นเองค่ะ แต่ก็ต้องระวังไว้หน่อยเพราะบางครั้งคุณอาจจะดูรูปอาหารหรือคลิปอาหารมากเกินไปจนเก็บไปฝันก็มี หากลองเป็นแบบนี้ให้เราพิจารณาถึงมื้ออาหารก่อนหน้าว่ากินจนเพียงพอหรือยัง หากมั่นใจว่าพอแล้วก็เป็นไปได้ว่าการที่ร่างกายฝันถึงอาหารนั้นเพราะแค่อยากกินค่ะ

อยากมีหน้าท้องที่แบนราบ?เคล็ดลับฟิชิตหน้าท้องแบนราบ

การอดอาหาร ไม่ใช่ทางออกสําหรับสาวที่ต้องการหุ่นเพรียว เพราะผ่านไปไม่ทันพ้นวัน คุณจะตบะแตกแอบย่องไปเปิดตู้เย็นเงียบๆตอนกลางคืน โดยมีพิซซ่าคาอยู่ที่ปาก วิธีที่ได้ผลมากที่สุดคือการเลือกกิน ที่เรานํามาฝากกันในวันนี้ค่ะ

วันอาทิตย์: กำจัดอาหารสำเร็จรูป
อาหารสําเร็จรูปเหมือนยาเสพติด ยิ่งกินยิ่งไม่รู้จักพอ อาหารพวกนี้ทําให้คุณกินมากกว่าที่ร่างกายต้องการ แม้ว่ามันจะใช้เวลาทำแป็บเดียว รวดเร็ว ทันสมัย ถูกใจสาวยุคใหม่ แต่ข้อเสียคือทําให้ร่างกายขาดวิตามิน มีสิ่งปนเปื้อน ผงชูรสและโซเดียมเยอะม้าก กินแล้วตัวบวมสุดๆ

วันจันทร์: กินผักเยอะๆ
ช่วงนี้ต้องเริ่มงดคาร์โบไฮเดรตแล้วหันมากินผักทดแทน นอกจากจะอิ่มท้องแล้ว หน้าท้องยังแบนราบอีกต่างหาก แนะนําให้เป็นผักสดจะเริ่ดที่สุด เพราะผัดผักมีน้ำมันเยอะมาก ถ้าอดใจไม่ไหวจริงๆ ลองใส่อัลมอนด์ผ่านลงชามสลัดเพื่อลดความอยากคาร์โบไฮเดรต ส่วนน้ำสลัดอย่าลืมเลือกแบบน้ำใส แบบน้ำข้นคลักน่ะทิ้งไป

วันอังคาร: ไม่ดื่มแอลกฮอลล์

มารร้ายของบิกินี่คงหนีไม่พ้นเครื่องดื่มแอลกฮอลล์ นอกจากอุดมด้วยแคลอรี่และทําให้หิวกระหายน้ำแล้ว พวกมันยังทําให้ตัวบวมอีกต่างหาก แถมบางครั้งกินแก้วเดียวไม่เคยพอ ต้องเบิ้ลจนทําเสียสุขภาพ โดยเฉพาะเบียร์ที่ทําให้พุงของคุณล้นหลามออกมา ถ้าเลือกได้ให้กินเตกีล่าบีบมะนาวใส่จะดีกว่า

วันพุธ: กินให้เผาผลาญ
อย่างที่บอกว่าไม่ควรอดอาหาร เพราะการกินอาหารทุกมื้อ ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะกินมื้อใหญ่ๆทีเดียวหรือแบ่งเป็นมื้อเล็กๆระหว่างวัน (3 มื้อแบบพอดีๆ มื้อละ 300-350 แคลอรี กับอาหารว่างสัก 100-500 แคลอรี่) ในขณะที่บางคนแบ่งอาหารออกเป็น 5 มื้อย่อยๆต่อวัน

วันพฤหัสฯ: ผักบางอย่างก็ต้องระวัง
เรื่องน่ารู้ของคนที่อยากมีหน้าท้องแบนๆคือ ผักอย่างบร็อคโคลี่ พริกไทย เป็นตัวต้นเหตุของตัวบวมและเกิดแก๊สในท้อง ลองมองหาของกินที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบหลัก เช่น แตงกวา ผักขม หรือหน่อไม้ฝรั่ง รวมถึงผลไม้ที่มีโพแทสเซียมสูง อย่างกล้วย ส้ม

วันศุกร์: ดื่มน้ำบ่อยๆ
เนื่องจากเซลล์ในร่างกายจะกักเก็บน้ำในกรณีที่มันรู้สึกว่ากําลังขาดแคลน ตัวคุณเลยบวม ถ้าไม่อยากบวมน้ำควรจิบน้ำบ่อยๆ ระหว่างวัน 2-3 ลิตร หรือ 4-6 ขวดให้เป็นปกติ น้ำจะได้เข้าสู่กระแสเลือด แทนที่มันจะเดินทางไปยังตับ คุณจะได้ไม่ต้องเข้าห้องน้ำบ่อยไง

วันเสาร์: เป็นมิตรกับโปรตีน
เอาละ! ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง แต่อย่าได้ชะล่าใจกินตามใจปาก ตราบใดที่ยังไม่หมดวัน วันนี้คุณควรกินโปรตีนเยอะๆ เริ่มตั้งแต่มื้อเช้าเลย จัดไป ไข่กวนคัดเฉพาะไข่ขาวกินคู่กับผักสด ไม่ก็โยเกิร์ตไร้ไขมันกับผลไม้ อาหารว่างไม่จําเป็นก็ไม่ต้องกิน ไม่งั้น พุงมาแน่

อยากมีหน้าท้องแบนราบ พุงยุบ พุงแบน ก็ลองนำเคล็ดลับง่ายๆจากเราไปทำตามกันดูนะคะ รับรองว่าได้ผลแน่นอน!