ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าเพราะถูกข่มขืนตอนอายุ 17 ปี

         เรื่องราวในครั้งนี้เป็นเรื่องราวของหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งเธอเป็นคนต่างประเทศโดยเรื่องราวนี้ถูกเผยแพร่ออกมาในเว็บ kapook.com โดยที่ไม่ระบุว่าหญิงสาวคนดังกล่าวนั้นอยู่ในประเทศอะไรแต่เรื่องราวของเธอนั้นถูกเผยแพร่ออกมาเมื่อลูกสาวของเธอได้มีการนำมาเล่าให้ สำนักข่าวแห่งหนึ่งโดยมีการนำข้อมูลนี้ตีแผ่ในเว็บไซต์ของเดอะซันขึ้นเมื่อวันที่ 5 เดือนกันยายนปีพศ2563 เนื้อหาของข่าวนั้นระบุว่าเธอชื่อแอน

และตอนนี้เธออายุ 23 ปี  สิ่งที่เธอต้องการตีแผ่ให้กับคนทั่วๆรู้นั้นก็คือแม่ของเธออายุ 45 ปีตอนนี้ป่วยด้วยการเป็นโรคซึมเศร้าซึ่งในครั้งแรกที่เธอรู้ว่าแม่ของเธอป่วยเป็นโรคซึมเศร้านั้นเธอคิดว่าเพราะแม่ถูกจำกัดให้อยู่แต่ในบ้านเนื่องจากสถานการณ์การระบาดของไวรัส  ด้วยความเป็นห่วงแม่ของเธอ  เธอจึงได้พยายามพูดคุยจนในที่สุดแม่ของเธอก็เล่าเรื่องราวที่เธอนั้นไม่เคยรู้มาก่อนให้ฟังและนี่น่าจะเป็นสาเหตุที่แม่ของเธอป่วยเป็นโรคซึมเศร้ามากกว่าการถูกกักตัวอยู่แต่ในบ้านก็เป็นไปได้โดยแม่เธอเล่าว่าตอนที่แม่เธออายุ 17 ปี

แม่ของเธอนั้นถูกข่มขืนจากผู้ชายคนหนึ่งซึ่งคนร้ายอายุ 24 ปีหลังจากที่ถูกข่มขืนแม่ของเธอก็ตั้งท้องและครอบครัวของแม่ของเธอรู้เรื่องเข้าจึงได้ให้เธอนั้นแต่งงานกับชายที่ข่มขืนซึ่งก็คือพ่อของเธอนั่นเองเพราะครอบครัวแม่ของเธอไม่ต้องการให้เรื่องราวของคุณแม่ของเธอนั้นไปสร้างความอับอายและความเสื่อมเสียให้กับวงศ์ตระกูลนั่นเองและนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาแม่ของเธอก็ต้องแต่งงานกับผู้ชายที่ข่มขืนตนเองและอยู่ด้วยกันจนมีลูกด้วยกัน 2 คนนั่นก็คือพี่สาวของเธอและตัวเธอเองซึ่งพี่สาวของเธอนั้นคือลูกจากการที่พ่อของเธอข่มขืนแม่ตอนอายุ 17 ปีนั่นเอง

อย่างไรก็ตามเธอได้บอกว่าพี่สาวของเธอนั้นยังไม่รู้เรื่องราวดังกล่าวซึ่งปัจจุบันนี้พ่อของเธอนั้นได้เลิกรากับแม่ของเธอไปแล้วและเธอรู้สึกดีใจมากที่เขานั้นได้ทิ้งเธอและแม่ของเธอไปเพราะเธอรู้สึกสงสารแม่ของเธอเป็นอย่างมากและเธอไม่คิดว่าเธอจะอยากเห็นหน้าพ่อของเธออีกต่อไป

เพราะตั้งแต่เธอจำความได้เธอก็เห็นว่าพ่อของเธอนั้นมักจะกลับตีแม่ของเธอเป็นประจำในตอนแรกเธอคิดว่าแม่ของเธออาจจะถูกจับคลุมถุงชนในการแต่งงานและอยู่กับคนที่ไม่ได้รักแต่พอเธอรู้เรื่องว่าพ่อของเธอนั้นข่มขืนแม่เธอทำให้เธอยิ่งหมดความรักความศรัทธาในตัวพ่อของเธอแล้วตอนนี้เธอกำลังพาแม่ของเธอไปรักษาอาการป่วย

        อย่างไรก็ตามเรื่องราวของเธอได้ถูกตีแผ่ออกมาและได้มีผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาหญิงสาวคนดังกล่าวว่าเธอควรจะบอกพี่สาวของเธอให้รับรู้เรื่องราวดังกล่าวด้วยเช่นเดียวกันส่วนแม่นั้นก็ให้ติดต่อไปยังศูนย์ที่บำบัดเกี่ยวกับเรื่องของปัญหาทางจิตจะได้อาการดีขึ้นเร็ว

 

สนับสนุนโดย  แทงหวยฮานอย

ประเทศญี่ปุ่นกำลังจะเปิดประเทศให้นักท่องเที่ยวเข้าไปได้แล้ว

         หลังจากที่ต้องปิดประเทศกันอย่างยาวนานหลายเดือนในที่สุดประเทศญี่ปุ่นก็มีความพร้อมที่จะมีการเปิดให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางเข้าไปท่องเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่นได้แล้วแต่ก็ยังมีเงื่อนไขเรื่องของการกำหนดจำนวนนักท่องเที่ยวที่จะเข้าไปเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่นเนื่องจากว่าประเทศญี่ปุ่นเองก็ยังต้องระวังเรื่องของการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าดังนั้นจึงต้องมีการเข้มงวด

เนื่องจากเกรงว่าใครรักคนหน้านั้นจะกลับมาระบาดรอบ 2 นั้นเองสำหรับประเทศกลุ่มแรกที่จะสามารถเดินทางเข้าไปเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่นได้นั้นจะมีประเทศที่สามารถควบคุมการระบาดของไวรัสโคโรน่าได้เป็นอย่างดีได้แก่ประเทศนิวซีแลนด์      ประเทศออสเตรเลีย ประเทศเวียดนามและประเทศไทย

ซึ่งเป็นอีกหนึ่งประเทศที่ถูกรวมให้เป็น 4 ประเทศแรกที่สามารถที่จะเข้าไปเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่นได้แล้วหลังจากที่มีการล็อคดาวน์ประเทศมาอย่างยาวนานแต่อย่างไรก็ตามสำหรับข้อมูลนี้ยังเป็นข้อมูลแค่เบื้องต้นเท่านั้นที่มีการรายงานข่าวออกมาจากสำนักข่าวของประเทศญี่ปุ่นแต่ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากสถานทูตของประเทศต่างๆหรือจากกระทรวงการต่างประเทศของประเทศญี่ปุ่น

ว่าอนุญาตให้ประเทศไหนเข้าประเทศใดบ้างในช่วงเวลานี้ซึ่งข้อมูลที่ทางสำนักข่าวของประเทศญี่ปุ่นได้มีการออกมาเผยแพร่นั้นเป็นแค่เพียงการปรึกษาหารือของทางเจ้าหน้าที่ของประเทศญี่ปุ่นเท่านั้นเองและถ้าหากมีการเปิดประเทศให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่นได้จริงคาดว่าเรื่องของการท่องเที่ยวนั้นก็อาจจะต้องมีการควบคุมดูแลกันอย่างเข้มข้น

ตั้งแต่ก่อนขึ้นเครื่องรวมถึงการเดินทางไปถึงสนามบินของประเทศญี่ปุ่นและขั้นตอนการเข้าประเทศนั้นก็อาจจะค่อนข้างยุ่งยากและใช้ระยะเวลานานพอสมควรและแน่นอนว่าทุกประเทศน่าจะมีแนวทางเหมือนกันหมดนั่นก็คือการจำกัดพื้นที่ในการท่องเที่ยวหรือหากใครจะไปทำงานก็จะมีการจำกัดพื้นที่โซนทำงานที่สำคัญยังมีรายงานข่าวออกมาด้วย

ว่าอาจจะมีการจำกัดเรื่องของการห้ามใช้เกี่ยวกับเรื่องการขนส่งสาธารณะอีกด้วยขณะนี้ประเทศญี่ปุ่นเองนั้นภายในประเทศกำลังมีการจัดการให้สถานการณ์ภายในประเทศนั้นกลับมาเป็นเหมือนเดิมไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการเปิดให้ประชาชนนั้นออกมาทำงานได้ตามปกติรวมถึงการอนุญาตให้โรงเรียนเปิดบริการนักเรียนสามารถเรียนหนังสือ

ที่โรงเรียนได้และยังมีการเปิดโรงภาพยนตร์และสนามกีฬารวมถึงเปิดในเรื่องของการขายสินค้าตามห้างสรรพสินค้าต่างๆซึ่งแต่ละที่นั้นก็จะมีการทยอยเปิดให้บริการทีละจุดเพื่อเป็นการผ่อนคลายและเป็นการคลายล็อกซึ่งก่อนหน้านี้มีการควบคุมไว้อย่างเข้มข้นเพื่อป้องกันการระบาดของเชื้อไวรัสนั่นเอง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  หาเงินจากหวยหุ้น

สาวคาราโอเกะหลอกให้หนุ่มเปย์ หมดไปสองแสน

         เรื่องราวความรักของหนุ่มสุรินทร์ที่ไปหลงรักสาวน้อยวัยหวานซึ่งเป็นสาวร้องคาราโอเกะอยู่ที่สถานบันเทิงแห่งหนึ่งโดยพบหน้ากันแค่เพียง 7 วันเท่านั้นขอให้พ่อแม่ไปสู่ขอและทำการหมั้นหมายกันเอาไว้หลังจากนั้นก็ย้ายมาอยู่ด้วยกันซึ่งอยู่ด้วยกันไม่เกิน 3 เดือนสาวคาราโอเกะคนสวยก็ทิ้งคู่หมั้นหนุ่มกลับไปหาสามีเก่า

ทำให้คู่หมั้นหนุ่มชาวสุรินทร์สุดช้ำใจเพราะหมดเงินไปมากกว่าสองแสนบาทในการเปย์สาวในครั้งนี้ส่วนสาวน้อยคนสวยของเรานั้นออกมายืนยันว่าเรื่องราวทั้งหมดนั้นไม่เป็นความจริงพร้อมจะให้การในชั้นศาลเท่านั้น 

       เหตุการณ์ความรักสายฟ้าแลบนี้เกิดขึ้นเมื่อมีหนุ่มชาวจังหวัดสุรินทร์ได้ไปร้องคาราโอเกะแล้วเกิดตกหลุมรักหญิงสาวจังหวัดศรีสะเกษซึ่งหลังจากที่ทำความรู้จักกันได้ประมาณ 7 วันก็ทำให้ความรักสุกงอมมากพอที่จะไปทำการหมั้นหมายกันซึ่งหนุ่มสุรินทร์ของเราก็ได้นำเงินไปหมั้นสาวอยู่ที่ 30,000 บาทอีกทั้งยังให้สร้อยคอทองคำอีก 1 บาทเป็นของหมั้นหมายซึ่งการหมั้นในครั้งนี้ครอบครัวทั้งสองฝ่ายรับรู้ได้เป็นอย่างดีหลังจากหมั้นกันเสร็จเรียบร้อยแล้วสาวคาราโอเกะก็เริ่มปอกลอกเอาเงินคู่หมั้นหนุ่มทันทีด้วยการขอเงินเรื่อยๆเลยจ่ายให้ฝ่ายหญิงไปแล้วรวมถึง 20 ครั้ง

แถมพ่อหนุ่มคนดีของเรายังช่วยผ่อนรถให้กับสาวคาราโอเกะคู่หมั้นอีกด้วยแต่เมื่อผ่านไปได้สักพักอยู่ด้วยกันไม่ถึง 3 เดือนดีสาวคาราโอเกะก็หนีหน้าหายออกไปจากบ้านของคู่หมั้นนมสืบไปสืบมาจึงรู้ว่ากลับไปอยู่กับสามีเก่าเรียบร้อยแล้วทำให้หนุ่มสุรินทร์ช้ำหลักจำเป็นต้องไปแจ้งความเอาผิดกับสาวศรีสะเกษที่มาหลอกลวงให้จัดงานบ้านแถมยังเสียทรัพย์สินไปเป็นจำนวนมาก

โดยเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นข่าวใหญ่โตเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 เดือนพฤษภาคมพศ 2563 เมื่อหนุ่มสุรินทร์ได้ออกมาเปิดเผยให้กับนักข่าวฟังถึงสิ่งที่ตนเองโดนคู่หมั้นสาวหลอกลวงเลยเขาได้เล่าเรื่องราวตั้งแต่ตอนคบกันครั้งแรกมาจนถึงการหมั้นหมายกันซึ่งเขายังบอกอีกด้วยว่าถึงแม้ฝ่ายหญิงนั้นจะมีลูกติด 1 คนอายุ 2 ขวบแล้ว

แต่เขาก็ยังรักฝ่ายหญิงมากถึงขนาดที่ให้พ่อแม่ไปทำการหมั้นหมายกับพ่อแม่ของฝ่ายหญิงและย้ายไปอยู่ด้วยกันซึ่งตอนที่อยู่ด้วยกันนั้นทั้งคู่ก็มีอะไรกันเรียบร้อยแล้วระวังจะสร้างชีวิตอยู่ด้วยกันโดยมีแนวความคิดว่าจะมีการต่อเติมบ้านเพื่อมาเปิดร้านขายของและซ่อมโทรศัพท์มือถือซึ่งหนุ่มสุรินทร์หวังว่าจะให้ภรรยาของตนนั้นลาออกจากเป็นสาวคาราโอเกะมาทำงานอยู่ที่บ้านแทนเพราะอยากจะสร้างครอบครัวให้มีความสุขแต่หลังจากอยู่ด้วยกันไม่นานช่วงประมาณเดือนเมษายนกุมารสาวก็เริ่มตีตัวออกห่างหลังจากนั้นหญิงสาวก็ออกมาจากบ้าน

และหนุ่มสุรินทร์ก็ไม่สามารถติดต่อคู่หมั้นสาวได้อีกเลยซึ่งสุดท้ายล่าสุดที่รู้เรื่องมานั่นก็คือเดือนนี้มีคนมาบอกว่ากูมันของเขานั้นกลับไปคืนดีกับสามีเก่าที่เป็นพ่อของลูกเรียบร้อยแล้วทำให้เขาเสียใจมากเหมือนกับว่าเขาถูกหลอกลวงให้เสียเงินไปเป็นจำนวนมหาศาลแล้วไม่ได้อะไรกลับคืนมาเขาจึงไปแจ้งความที่สถานีตำรวจเอาไว้โดยเบื้องต้นหญิงสาวรับทราบข้อกล่าวหาแล้วแต่ยังไม่ให้ข้อมูลใดๆโดยยืนยันแค่เพียงว่าเธอบริสุทธิ์ใจและไม่ได้ผิดพร้อมกับบอกว่าให้ไปเจอกันที่ศาลเท่านั้น

 

สนับสนุนโดย  แทงหวยจับยี่กี