สองพี่น้องเลียนแบบเกมชวนกันกระโดดตึกสูง 15 เมตร 

        มีรายงานข่าวว่ามีพี่น้อง 2 คนทั้งคู่การเล่นเกมเป็นชีวิตจิตใจได้มีการชวนกันกระโดดตึกสูง 15 เมตรโดยทั้งคู่พยายามที่จะทำตามเกมโดยอยากจะรู้ว่าหากป้ายเหมือนในเกมแล้วจะเกิดใหม่ได้หรือไม่ทำเอาพ่อแม่เจ็บปวดหัวใจทำเรื่องเรียกร้องค่าเสียหายกับค่ายเกมหวังได้เงินมารักษาดูแลลูก 

      เหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นที่ประเทศจีนโดยมีรายงานข่าวเมื่อวันที่ 14 เดือนพฤษภาคมปีพศ 2563 ว่ามีพี่น้องชาวจีนคู่หนึ่งซึ่งพี่ชายอายุ 11 ขวบและน้องสาวอายุ 9 ขวบทั้งคู่นั้นอยู่บ้านเนื่องจากว่าสถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรนาทำให้ทางการจีนประกาศให้เด็กนักเรียนนั้นต้องอยู่บ้านและเรียนหนังสือผ่านระบบออนไลน์เนื่องจากพ่อแม่เองก็ต้องมีงานทำจึงได้มีการมอบโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนให้ลูกใช้คนละเครื่อง

ซึ่งตนเองนั้นก็นำมือถือมาทำการเล่นเกมซึ่งเด็กๆนั้นเก็บติดเกมมากโดยเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อระหว่างที่พ่อกับแม่เธอนั้นเด็กน้อยทั้งสองคนต่างก็มีการชักชวนกันด้วยความอยากรู้เกี่ยวกับเรื่องของเกมว่าชีวิตของพวกเขาจะเหมือนกับในเกมหรือไม่ซึ่งถ้าเค้ากระโดดจากที่สูงลงไปแล้ว พวกเขาจะมีชีวิตใหม่อย่างในเกมหรือเปล่าซึ่งน้องสาวจึงได้ชวนพี่ชายให้ลองทดสอบกระโดดจากที่สูงดูโดยช่างผู้ชวนกันไปที่ดาดฟ้าของตึกมีความสูงถึง 15 เมตรในครั้งแรกนะน้องสาวจะกระโดดขึ้นมาลงมาคนเดียวแต่เนื่องจากเธอกลัวพี่ชายจึงได้โดดเป็นเพื่อนเธอ

โดยทั้งคู่จับมือกันแล้วหลับตากระโดดลงมาด้วยความสูง 15 เมตรเมื่อผู้เป็นพ่อและแม่มาเห็นต่างก็ตกตะลึงกับสิ่งที่เห็นเป็นอย่างมากเพราะลูกของพวกเขานอนแน่นิ่งดวงตาเบิกโพลงไม่ไหวติงจึงได้เรียกรถพยาบาลนำส่งโรงพยาบาลทันทีก็ดีอย่างมากที่เด็กทั้งคู่ถึงแม้จะบาดเจ็บสาหัสแต่ตอนนี้ก็ปลอดภัยแล้วแต่หลังจากที่มีการตรวจสอบร่างกายก็พบว่าเด็กทั้งคู่นั้นมีกระดูกหักหลายที่มาก

ซึ่งทางพ่อแม่ของเด็กเองได้มีการทำเรื่องร้องเรียนกับบริษัทเกมเพื่อหวังจะเอาเงินมาไว้รักษาพยาบาลลูกเพราะเธอเชื่อแน่นอนว่าเมื่อลูกโตขึ้นนั้นอุบัติเหตุในครั้งนี้จะมีผลต่อสุขภาพร่างกายของลูกทั้งสองคนของเธอแต่อย่างไรก็ดีบริษัทเกมได้มีการปฏิเสธที่จะจ่ายค่ารักษาเยียวยาให้กับครอบครัวของเธอ 

เด็กๆยังคงต้องรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลอีกเป็นระยะเวลานานโดยมีพ่อแม่คอยเฝ้าดูแลอย่างใกล้ชิดที่สำคัญก็แม่ต้องไปขอกู้หนี้ยืมสินคนอื่นมาเพื่อเอามาจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้กับรูปในครั้งนี้ดังนั้นนี่จึงเป็นสิ่งที่เป็นเรื่องที่พ่อแม่ทั้งหลายควรจะมีการระมัดระวังเกี่ยวกับเรื่องของการใช้โทรศัพท์มือถือหรือการเล่นเกมของลูกๆควรจะให้ความรู้ให้ลูกเข้าใจถึงอันตรายและอธิบายถึงสิ่งที่ถูกต้องให้ลูกฟัง

 

 

สนับสนุนโดย    ถ่ายทอดสดหวยฮานอยวันนี้

อันตรายจากสายจูงเด็กเมื่อเด็กน้อย 2 ขวบวิ่งเข้าลิฟท์

เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นที่ต่างประเทศเป็นเหตุการณ์ที่กำลังมีการแชร์คลิปวิดีโอกันอย่างกว้างขวางกันอยู่ในขณะนี้ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นที่ประเทศจีนเมื่อวันที่ 29 เดือนพฤษภาคมพศ 2563 สำหรับเหตุการณ์ในครั้งนี้นั้นเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่อพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งซึ่งเกิดขึ้นในลิฟท์ของอพาร์ทเม้นท์ดังกล่าวโดยถ้าหากเรามองดูในคลิปจะเห็นได้ว่ามีเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง

ซึ่งน่าจะมีอายุราวๆ 2 ขวบได้วิ่งมาที่ลิฟท์ซึ่งในขณะนั้นถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นได้ว่าเธอมีสายจูนผูกอยู่ที่ข้อมือเอาไว้ด้วยโดยเธอวิ่งเข้าไปในลิฟท์โดยที่เธอไม่รอผู้ปกครองของเธอแต่หลังจากที่ยืนรอได้สักพักผู้พอของเธอนั้นยังมาไม่ถึงประตูเปิดปิดขึ้นเสียก่อนทำให้ผู้ปกครองของเธอนั้นเข้าไปภายในพริบไม่ได้แต่ปัญหาที่ตามมาก็คือเมื่อประตูลิฟต์ปิดเรียบร้อยแล้วนั้น

ได้มีการเคลื่อนตัวเลื่อนลงมาชั้นล่างอย่างรวดเร็วทำให้เราเห็นได้ว่าตอนที่ประตูลิฟต์ปิดนั้นสายจูงถูกประตูหนีบเอาไว้ดังนั้นเมื่อลิฟท์เคลื่อนลงทำให้สายจูงถูกกระชากดึงร่างของเด็กมาติดไว้ที่ประตูลิฟท์ทันทีและที่สำคัญการกระชากในครั้งนั้นส่งผลให้ร่างของเด็กนั้นจึงห้อยค้างอยู่ตรงบริเวณราคาประตูและเกิดโชคดีอย่างมากที่เหตุการณ์ในครั้งนี้นั้นเด็กไม่ได้รับอันตรายแต่อย่างใดเนื่องจากว่าระบบฉุกเฉินภายในลิฟต์นั้นได้ทำงานเกิดขึ้นอัตโนมัติทำให้เด็กไม่ได้รับการกระแทกอย่างรุนแรงมากเท่าไหร่นักซึ่งจากในคลิปจะเห็นได้ว่าเด็กหญิงวัย 2 ขวบนั้น

ต้องห้อยต่องแต่งอยู่อย่างนั้นประมาณเกือบ 3 นาทีจนในที่สุดสายจุงข้อมือก็ขาดเนื่องจากว่าไม่สามารถรับน้ำหนักของเธอไหวร่างของเด็กหญิงกระแทกลงบนพื้นลิฟท์หลังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่และผู้ปกครองของเด็กหญิงวัย 2 ขวบก็พากันช่วยเหลืองานประตูลิฟท์เดือนสามารถนำเด็กหญิงวัย 2 ขวบนั้นออกมาได้อย่างปลอดภัย

             อะไรก็ตามเกี่ยวกับเรื่องของการใช้งานสายจูงลูกนั้นผู้ปกครองหลายคนคิดว่าจะมีความปลอดภัยสำหรับลูกของตนเองกรณีที่เดินทางไปที่ไหนแล้วมีการจัดสายจูงรูปเอาไว้ก็จะทำให้เราไม่พลาดกับลูกสามารถที่จะรู้ได้ว่าลูกเราอยู่ตรงจุดไหนป้องกันเด็กหายซึ่งในปัจจุบันนี้เป็นที่นิยมกันเป็นอย่างมาก รีบตามอันที่ใช้สายตรงนั้น

หากเราไม่ถึงสายไว้ตลอดเวลาก็จะเกิดอันตรายกับลูกได้เพราะถ้าหากหลายจงดังกล่าวนั้นไปเกี่ยวกับเรื่องอื่นๆก็อาจจะทำให้เด็กนั้นได้รับอันตรายเช่นเดียวกันดังนั้นหากการจะใช้สายจูงเด็กเราก็จะต้องมีการถือสายอีกฝั่งหนึ่งอยู่ตลอดเวลาด้วยเช่นเดียวกัน

 

สนับสนุนโดย  แทงหวย

ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าเพราะถูกข่มขืนตอนอายุ 17 ปี

         เรื่องราวในครั้งนี้เป็นเรื่องราวของหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งเธอเป็นคนต่างประเทศโดยเรื่องราวนี้ถูกเผยแพร่ออกมาในเว็บ kapook.com โดยที่ไม่ระบุว่าหญิงสาวคนดังกล่าวนั้นอยู่ในประเทศอะไรแต่เรื่องราวของเธอนั้นถูกเผยแพร่ออกมาเมื่อลูกสาวของเธอได้มีการนำมาเล่าให้ สำนักข่าวแห่งหนึ่งโดยมีการนำข้อมูลนี้ตีแผ่ในเว็บไซต์ของเดอะซันขึ้นเมื่อวันที่ 5 เดือนกันยายนปีพศ2563 เนื้อหาของข่าวนั้นระบุว่าเธอชื่อแอน

และตอนนี้เธออายุ 23 ปี  สิ่งที่เธอต้องการตีแผ่ให้กับคนทั่วๆรู้นั้นก็คือแม่ของเธออายุ 45 ปีตอนนี้ป่วยด้วยการเป็นโรคซึมเศร้าซึ่งในครั้งแรกที่เธอรู้ว่าแม่ของเธอป่วยเป็นโรคซึมเศร้านั้นเธอคิดว่าเพราะแม่ถูกจำกัดให้อยู่แต่ในบ้านเนื่องจากสถานการณ์การระบาดของไวรัส  ด้วยความเป็นห่วงแม่ของเธอ  เธอจึงได้พยายามพูดคุยจนในที่สุดแม่ของเธอก็เล่าเรื่องราวที่เธอนั้นไม่เคยรู้มาก่อนให้ฟังและนี่น่าจะเป็นสาเหตุที่แม่ของเธอป่วยเป็นโรคซึมเศร้ามากกว่าการถูกกักตัวอยู่แต่ในบ้านก็เป็นไปได้โดยแม่เธอเล่าว่าตอนที่แม่เธออายุ 17 ปี

แม่ของเธอนั้นถูกข่มขืนจากผู้ชายคนหนึ่งซึ่งคนร้ายอายุ 24 ปีหลังจากที่ถูกข่มขืนแม่ของเธอก็ตั้งท้องและครอบครัวของแม่ของเธอรู้เรื่องเข้าจึงได้ให้เธอนั้นแต่งงานกับชายที่ข่มขืนซึ่งก็คือพ่อของเธอนั่นเองเพราะครอบครัวแม่ของเธอไม่ต้องการให้เรื่องราวของคุณแม่ของเธอนั้นไปสร้างความอับอายและความเสื่อมเสียให้กับวงศ์ตระกูลนั่นเองและนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาแม่ของเธอก็ต้องแต่งงานกับผู้ชายที่ข่มขืนตนเองและอยู่ด้วยกันจนมีลูกด้วยกัน 2 คนนั่นก็คือพี่สาวของเธอและตัวเธอเองซึ่งพี่สาวของเธอนั้นคือลูกจากการที่พ่อของเธอข่มขืนแม่ตอนอายุ 17 ปีนั่นเอง

อย่างไรก็ตามเธอได้บอกว่าพี่สาวของเธอนั้นยังไม่รู้เรื่องราวดังกล่าวซึ่งปัจจุบันนี้พ่อของเธอนั้นได้เลิกรากับแม่ของเธอไปแล้วและเธอรู้สึกดีใจมากที่เขานั้นได้ทิ้งเธอและแม่ของเธอไปเพราะเธอรู้สึกสงสารแม่ของเธอเป็นอย่างมากและเธอไม่คิดว่าเธอจะอยากเห็นหน้าพ่อของเธออีกต่อไป

เพราะตั้งแต่เธอจำความได้เธอก็เห็นว่าพ่อของเธอนั้นมักจะกลับตีแม่ของเธอเป็นประจำในตอนแรกเธอคิดว่าแม่ของเธออาจจะถูกจับคลุมถุงชนในการแต่งงานและอยู่กับคนที่ไม่ได้รักแต่พอเธอรู้เรื่องว่าพ่อของเธอนั้นข่มขืนแม่เธอทำให้เธอยิ่งหมดความรักความศรัทธาในตัวพ่อของเธอแล้วตอนนี้เธอกำลังพาแม่ของเธอไปรักษาอาการป่วย

        อย่างไรก็ตามเรื่องราวของเธอได้ถูกตีแผ่ออกมาและได้มีผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาหญิงสาวคนดังกล่าวว่าเธอควรจะบอกพี่สาวของเธอให้รับรู้เรื่องราวดังกล่าวด้วยเช่นเดียวกันส่วนแม่นั้นก็ให้ติดต่อไปยังศูนย์ที่บำบัดเกี่ยวกับเรื่องของปัญหาทางจิตจะได้อาการดีขึ้นเร็ว

 

สนับสนุนโดย  แทงหวยฮานอย

ประเทศญี่ปุ่นกำลังจะเปิดประเทศให้นักท่องเที่ยวเข้าไปได้แล้ว

         หลังจากที่ต้องปิดประเทศกันอย่างยาวนานหลายเดือนในที่สุดประเทศญี่ปุ่นก็มีความพร้อมที่จะมีการเปิดให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางเข้าไปท่องเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่นได้แล้วแต่ก็ยังมีเงื่อนไขเรื่องของการกำหนดจำนวนนักท่องเที่ยวที่จะเข้าไปเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่นเนื่องจากว่าประเทศญี่ปุ่นเองก็ยังต้องระวังเรื่องของการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าดังนั้นจึงต้องมีการเข้มงวด

เนื่องจากเกรงว่าใครรักคนหน้านั้นจะกลับมาระบาดรอบ 2 นั้นเองสำหรับประเทศกลุ่มแรกที่จะสามารถเดินทางเข้าไปเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่นได้นั้นจะมีประเทศที่สามารถควบคุมการระบาดของไวรัสโคโรน่าได้เป็นอย่างดีได้แก่ประเทศนิวซีแลนด์      ประเทศออสเตรเลีย ประเทศเวียดนามและประเทศไทย

ซึ่งเป็นอีกหนึ่งประเทศที่ถูกรวมให้เป็น 4 ประเทศแรกที่สามารถที่จะเข้าไปเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่นได้แล้วหลังจากที่มีการล็อคดาวน์ประเทศมาอย่างยาวนานแต่อย่างไรก็ตามสำหรับข้อมูลนี้ยังเป็นข้อมูลแค่เบื้องต้นเท่านั้นที่มีการรายงานข่าวออกมาจากสำนักข่าวของประเทศญี่ปุ่นแต่ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากสถานทูตของประเทศต่างๆหรือจากกระทรวงการต่างประเทศของประเทศญี่ปุ่น

ว่าอนุญาตให้ประเทศไหนเข้าประเทศใดบ้างในช่วงเวลานี้ซึ่งข้อมูลที่ทางสำนักข่าวของประเทศญี่ปุ่นได้มีการออกมาเผยแพร่นั้นเป็นแค่เพียงการปรึกษาหารือของทางเจ้าหน้าที่ของประเทศญี่ปุ่นเท่านั้นเองและถ้าหากมีการเปิดประเทศให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่นได้จริงคาดว่าเรื่องของการท่องเที่ยวนั้นก็อาจจะต้องมีการควบคุมดูแลกันอย่างเข้มข้น

ตั้งแต่ก่อนขึ้นเครื่องรวมถึงการเดินทางไปถึงสนามบินของประเทศญี่ปุ่นและขั้นตอนการเข้าประเทศนั้นก็อาจจะค่อนข้างยุ่งยากและใช้ระยะเวลานานพอสมควรและแน่นอนว่าทุกประเทศน่าจะมีแนวทางเหมือนกันหมดนั่นก็คือการจำกัดพื้นที่ในการท่องเที่ยวหรือหากใครจะไปทำงานก็จะมีการจำกัดพื้นที่โซนทำงานที่สำคัญยังมีรายงานข่าวออกมาด้วย

ว่าอาจจะมีการจำกัดเรื่องของการห้ามใช้เกี่ยวกับเรื่องการขนส่งสาธารณะอีกด้วยขณะนี้ประเทศญี่ปุ่นเองนั้นภายในประเทศกำลังมีการจัดการให้สถานการณ์ภายในประเทศนั้นกลับมาเป็นเหมือนเดิมไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการเปิดให้ประชาชนนั้นออกมาทำงานได้ตามปกติรวมถึงการอนุญาตให้โรงเรียนเปิดบริการนักเรียนสามารถเรียนหนังสือ

ที่โรงเรียนได้และยังมีการเปิดโรงภาพยนตร์และสนามกีฬารวมถึงเปิดในเรื่องของการขายสินค้าตามห้างสรรพสินค้าต่างๆซึ่งแต่ละที่นั้นก็จะมีการทยอยเปิดให้บริการทีละจุดเพื่อเป็นการผ่อนคลายและเป็นการคลายล็อกซึ่งก่อนหน้านี้มีการควบคุมไว้อย่างเข้มข้นเพื่อป้องกันการระบาดของเชื้อไวรัสนั่นเอง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  หาเงินจากหวยหุ้น

สาวคาราโอเกะหลอกให้หนุ่มเปย์ หมดไปสองแสน

         เรื่องราวความรักของหนุ่มสุรินทร์ที่ไปหลงรักสาวน้อยวัยหวานซึ่งเป็นสาวร้องคาราโอเกะอยู่ที่สถานบันเทิงแห่งหนึ่งโดยพบหน้ากันแค่เพียง 7 วันเท่านั้นขอให้พ่อแม่ไปสู่ขอและทำการหมั้นหมายกันเอาไว้หลังจากนั้นก็ย้ายมาอยู่ด้วยกันซึ่งอยู่ด้วยกันไม่เกิน 3 เดือนสาวคาราโอเกะคนสวยก็ทิ้งคู่หมั้นหนุ่มกลับไปหาสามีเก่า

ทำให้คู่หมั้นหนุ่มชาวสุรินทร์สุดช้ำใจเพราะหมดเงินไปมากกว่าสองแสนบาทในการเปย์สาวในครั้งนี้ส่วนสาวน้อยคนสวยของเรานั้นออกมายืนยันว่าเรื่องราวทั้งหมดนั้นไม่เป็นความจริงพร้อมจะให้การในชั้นศาลเท่านั้น 

       เหตุการณ์ความรักสายฟ้าแลบนี้เกิดขึ้นเมื่อมีหนุ่มชาวจังหวัดสุรินทร์ได้ไปร้องคาราโอเกะแล้วเกิดตกหลุมรักหญิงสาวจังหวัดศรีสะเกษซึ่งหลังจากที่ทำความรู้จักกันได้ประมาณ 7 วันก็ทำให้ความรักสุกงอมมากพอที่จะไปทำการหมั้นหมายกันซึ่งหนุ่มสุรินทร์ของเราก็ได้นำเงินไปหมั้นสาวอยู่ที่ 30,000 บาทอีกทั้งยังให้สร้อยคอทองคำอีก 1 บาทเป็นของหมั้นหมายซึ่งการหมั้นในครั้งนี้ครอบครัวทั้งสองฝ่ายรับรู้ได้เป็นอย่างดีหลังจากหมั้นกันเสร็จเรียบร้อยแล้วสาวคาราโอเกะก็เริ่มปอกลอกเอาเงินคู่หมั้นหนุ่มทันทีด้วยการขอเงินเรื่อยๆเลยจ่ายให้ฝ่ายหญิงไปแล้วรวมถึง 20 ครั้ง

แถมพ่อหนุ่มคนดีของเรายังช่วยผ่อนรถให้กับสาวคาราโอเกะคู่หมั้นอีกด้วยแต่เมื่อผ่านไปได้สักพักอยู่ด้วยกันไม่ถึง 3 เดือนดีสาวคาราโอเกะก็หนีหน้าหายออกไปจากบ้านของคู่หมั้นนมสืบไปสืบมาจึงรู้ว่ากลับไปอยู่กับสามีเก่าเรียบร้อยแล้วทำให้หนุ่มสุรินทร์ช้ำหลักจำเป็นต้องไปแจ้งความเอาผิดกับสาวศรีสะเกษที่มาหลอกลวงให้จัดงานบ้านแถมยังเสียทรัพย์สินไปเป็นจำนวนมาก

โดยเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นข่าวใหญ่โตเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 เดือนพฤษภาคมพศ 2563 เมื่อหนุ่มสุรินทร์ได้ออกมาเปิดเผยให้กับนักข่าวฟังถึงสิ่งที่ตนเองโดนคู่หมั้นสาวหลอกลวงเลยเขาได้เล่าเรื่องราวตั้งแต่ตอนคบกันครั้งแรกมาจนถึงการหมั้นหมายกันซึ่งเขายังบอกอีกด้วยว่าถึงแม้ฝ่ายหญิงนั้นจะมีลูกติด 1 คนอายุ 2 ขวบแล้ว

แต่เขาก็ยังรักฝ่ายหญิงมากถึงขนาดที่ให้พ่อแม่ไปทำการหมั้นหมายกับพ่อแม่ของฝ่ายหญิงและย้ายไปอยู่ด้วยกันซึ่งตอนที่อยู่ด้วยกันนั้นทั้งคู่ก็มีอะไรกันเรียบร้อยแล้วระวังจะสร้างชีวิตอยู่ด้วยกันโดยมีแนวความคิดว่าจะมีการต่อเติมบ้านเพื่อมาเปิดร้านขายของและซ่อมโทรศัพท์มือถือซึ่งหนุ่มสุรินทร์หวังว่าจะให้ภรรยาของตนนั้นลาออกจากเป็นสาวคาราโอเกะมาทำงานอยู่ที่บ้านแทนเพราะอยากจะสร้างครอบครัวให้มีความสุขแต่หลังจากอยู่ด้วยกันไม่นานช่วงประมาณเดือนเมษายนกุมารสาวก็เริ่มตีตัวออกห่างหลังจากนั้นหญิงสาวก็ออกมาจากบ้าน

และหนุ่มสุรินทร์ก็ไม่สามารถติดต่อคู่หมั้นสาวได้อีกเลยซึ่งสุดท้ายล่าสุดที่รู้เรื่องมานั่นก็คือเดือนนี้มีคนมาบอกว่ากูมันของเขานั้นกลับไปคืนดีกับสามีเก่าที่เป็นพ่อของลูกเรียบร้อยแล้วทำให้เขาเสียใจมากเหมือนกับว่าเขาถูกหลอกลวงให้เสียเงินไปเป็นจำนวนมหาศาลแล้วไม่ได้อะไรกลับคืนมาเขาจึงไปแจ้งความที่สถานีตำรวจเอาไว้โดยเบื้องต้นหญิงสาวรับทราบข้อกล่าวหาแล้วแต่ยังไม่ให้ข้อมูลใดๆโดยยืนยันแค่เพียงว่าเธอบริสุทธิ์ใจและไม่ได้ผิดพร้อมกับบอกว่าให้ไปเจอกันที่ศาลเท่านั้น

 

สนับสนุนโดย  แทงหวยจับยี่กี